ราชธานี, ตสฺมา กุเวโร มหาราชา `เวสฺสวโณ'ติ ปวุจฺจตี"ติ. ๑- เสสเมตฺถ ปากฏเมว.

ตตฺถ สิยา:- กสฺมา ปน ทูรตเร ตาวตึสภวเน วสนฺโต เอราวโณ ปฐมํ อาคโต, เวสฺสวโณ ปจฺฉา, เอกนคเรว วสนฺโต อยํ อุปาสโก สพฺพปจฺฉา, กถญฺจ โส เตสํ อาคมนํ อญฺญาสิ, เยน เอวมาหาติ? วุจฺจเต:- เวสฺสวโณ กิร ตทา อเนกสหสฺสปวาฬปลฺลงฺกํ ทฺวาทสโยชนํ นารีวาหนํ อภิรุยฺห ปวาฬกุนฺตํ อุจฺจาเรตฺวา ทสสหสฺสโกฏิยกฺเขหิ ปริวุโต "ภควนฺตํ ปญฺหํ ปุจฺฉิสฺสามี"ติ อากาสฏฺฐกวิมานานิ ปริหริตฺวา มคฺเคน มคฺคํ อาคจฺฉนฺโต เวฬุกณฺฑกนคเร นนฺทมาตาย อุปาสิกาย นิเวสนสฺส อุปริภาคํ สมฺปตฺโต. อุปาสิกาย จ ๒- อยมานุภาโว:- ปริสุทฺธสีลา โหติ, นิจฺจํ วิกาลโภชนา ปฏิวิรตา, ปิฏกตฺตยธารินี, อนาคามิผเล ปติฏฺฐิตา. สา ตมฺหิ สมเย สีหปญฺชรํ อุคฺฆาเฏตฺวา อุตุคฺคหณตฺถาย มาลุเตริโตกาเส ฐตฺวา อฏฺฐกปารายนวคฺเค ปริมณฺฑเลหิ ปทพฺยญฺชเนหิ มธุเรน สเรน ภาสติ. เวสฺสวโณ ตตฺเถว ยานานิ ฐเปตฺวา ยาว อุปาสิกา "อิทมโวจ ภควา มคเธสุ วิหรนฺโต ปาสาณเก เจติเย ปริจารกโสฬสนฺนํ พฺราหฺมณานนฺ"ติ นิคมนํ อภาสิ, ตาว สพฺพํ สุตฺวา วคฺคปริโยสาเน สุวณฺณมุทิงฺคสทิสํ ๓- มหาขนฺธํ ๔- ปคฺคเหตฺวา "สาธุ สาธุ ภคินี"ติ สาธุการมกาสิ. ๕- สา "โก เอตฺถา"ติ อาห. อหํ ภคินิ เวสฺสวโณติ. อุปาสิกา กิร ปฐมํ โสตาปนฺนา อโหสิ, ปจฺฉา เวสฺสวโณ. ตํ โส ธมฺมโต สโหทรภาวํ ๖- สนฺธาย อุปาสิกํ ภคินิวาเทน สมุทาจรติ. อุปาสิกาย จ

@๓ ฉ.ม.,อิ. สุวณฺณมุรชสทิสํ ๔ ฉ.ม. มหนฺตํ คีวํ, อิ. มหกฺขนฺธํ

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๔,๐๘๑

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๔. ธรรมิกสูตร”