@๓ ฉ.ม.,อิ. อาลคฺเคตฺวา ๔ ฉ.ม.,อิ. พุทฺโธ อตฺตโน อาคมนํ นิเวเทยฺยํ, `สุทฺโทนสฺส ปุตฺโต สิทฺธตฺโถ นาม กุมาโร อาคโต'ติ พหุมฺปิ เม ปจฺจยํ อภิหเรยฺย. น โข ปน เมตํ ปติรูปํ ปพฺพชิตสฺส อาโรเจตฺวา ปจฺจยคฺคหณํ, หนฺทาหํ ปิณฺฑาย จรามี"ติ. เทวทตฺติยํ ปํสุกูลจีวรํ ปารุเปตฺวา มตฺติกาปตฺตํ คเหตฺวา ปาจีนทฺวาเรน นครํ ปวิสิตฺวา อนุฆรํ ปิณฺฑาย อจริ. เตนาหายสฺมา อานนฺโท "ปิณฺฑาย อภิหาเรสี"ติ. อากิณฺณวรลกฺขโณติ สรีเร อากิริตฺวา วิย ฐปิตวรลกฺขโณ วิปุลวรลกฺขโณ วา. วิปุลมฺปิ หิ "อากิณฺณนฺ"ติ วุจฺจติ. ยถาห "อากิณฺณลุทฺโธ ปุริโส, ธาติเจลํว มกฺขิโต"ติ. ๑- วิปุลลุทฺโธติ อตฺโถ.
[๔๑๒] ตมทฺทสาติ ตโต กิร ปุริมานิ สตฺต ทิวสานิ นคเร นกฺขตฺตํ โฆสิตํ อโหสิ, ตํทิวสํ ปน "นกฺขตฺตํ วีติวตฺตํ, กมฺมนฺตา ปโยเชตพฺพา"ติ เภริ ๒- จริ. อถ มหาชโน ราชงฺคเณ สนฺนิปติ. ราชาปิ "กมฺมนฺตํ สํวิทหิสฺสามี"ติ สีหปญฺชรํ วิวริตฺวา พลกายํ ปสฺสนฺโต ตํ ปิณฺฑาย อภิหาเรนฺตํ มหาสตฺตํ อทฺทส. เตนาห อายสฺมา อานนฺโท "ตมทฺทสา พิมฺพิสาโร, ปาสาทสฺมึ ปติฏฺฐิโต"ติ. อิมมตฺถํ อภาสถาติ อิมํ อตฺถํ อมจฺจานํ อภาสิ.
[๔๑๓] อิทานิ ตํ เตสํ อมจฺจานํ ภาสิตมตฺถํ ทสฺเสนฺโต อาห "อิมํ โภนฺโต"ติ. ตตฺถ อิมนฺติ โส ราชา โพธิสตฺตํ ทสฺเสติ, โภนฺโตติ อมจฺเจ อาลปติ. นิสาเมถาติ ปสฺสถ. อภิรูโปติ ทสฺสนียงฺคปจฺจงฺโค. พฺรหาติ อาโรหปริณาหสมฺปนฺโน. สุจีติ ปริสุทฺธฉวิวณฺโณ. จรเณนาติ คมเนน.
[๔๑๔-๕] นีจกุลามิวาติ นีจกุลา อิว ปพฺพชิโต น โหตีติ อตฺโถ. มกาโร ปทสนฺธิกโร. กุหึ ภิกฺขุ คมิสฺสตีติ อยํ ภิกฺขุ กุหึ คมิสฺสติ, อชฺช กตฺถ วสิสฺสตีติ ชานิตุํ ราชทูตา สีฆํ คจฺฉนฺตุ. ทสฺสนกามา หิ มยํ อสฺสาติ