@ ๓ ก. อนฺเตวาสิวาสคติกาภาเวน โย หิ ยาจเก ทิสฺวาว ภกุฏึ กตฺวา ผรุสวจนาทีนิ ภณติ, โส น ยาจโยโค โหติ. อหํ ปน น ตาทิโสติ ทีเปติ. ธมฺเมนาติ อทินฺนาทานนิกติวญฺจนาทีนิ วชฺเชตฺวา ภิกฺขาจริยาย, ยาจนายาติ อตฺโถ. ยาจนา หิ พฺราหฺมณานํ โภคปริเยสเน ธมฺโม, ยาจมานานญฺจ เนสํ ปเรหิ อนุคฺคหกาเมหิ ทินฺนา โภคา ธมฺมลทฺธา นาม ธมฺมาธิคตา จ โหนฺติ, โส จ ตถา ปริเยสิตฺวา ลภิ. เตนาห "ธมฺเมน โภเค ปริเยสามิ ฯเปฯ ธมฺมาธิคเตหี"ติ. ภิยฺโยปิ ททามีติ ตโต อุตฺตริปิ ททามิ, ปมาณํ นตฺถิ, เอตฺถ ลทฺธโภคปฺปมาเณน ๑- ททามีติ ทสฺเสติ.

ตคฺฆาติ เอกํสวจเน นิปาโต. เอกํเสเนว หิ สพฺพพุทฺธปจฺเจก- พุทฺธสาวเกหิ ปสตฺถํ ทานํ อนฺตมโส ติรจฺฉานคตานมฺปิ ทียมานํ. วุตฺตญฺเจตํ "สพฺพตฺถ วณฺณิตํ ทานํ, น ทานํ ครหิตํ กวฺจี"ติ ตสฺมา ภควาปิ เอกํเสเนว ตํ ปสํสนฺโต อาห "ตคฺฆ ตฺวํ มาณว ฯเปฯ ปสวสี"ติ. เสสํ อุตฺตานตฺถเมว. เอวํ ภควตา "พหุํ โส ปุญฺญํ ปสวตี"ติ วุตฺเตปิ ทกฺขิเณยฺยโต ทกฺขิณาวิสุทฺธึ โสตุกาโม พฺราหฺมโณ อุตฺตริ ภควนฺตํ ปุจฺฉิ. เตนาหุ สงฺคีติการา "อถ โข มาโฆ มาณโว ภควนฺตํ คาถาย อชฺฌภาสี"ติ. ตํ อตฺถโต วุตฺตนยเมว.

[๔๙๒] ปุจฺฉามหนฺติอาทิคาถาสุ ปน วทญฺญุนฺติ วจนวิทุํ, สพฺพากาเรน สตฺตานํ วุตฺตวจนาธิปฺปายญฺญุนฺติ วุตฺตํ โหติ. สุชฺเฌติ ทกฺขิเณยฺยวเสน สุทฺธํ มหปฺผลํ ภเวยฺย. โยชนา ปเนตฺถ:- โย ยาจโยโค ทานปติ คหฏฺโฐ ปุญฺญตฺถิโก หุตฺวา ปเรสํ อนฺนปานํ ททํ ยชติ, น อคฺคิมฺหิ อาหุติมตฺตํ ปกฺขิปนฺโต, ตญฺจ โข ปุญฺญเปกฺโขว, น ปจฺจุปการกลฺยาณกิตฺติสทฺทาทิอเปกฺโข, ตสฺส เอวรูปสฺส ยชมานสฺส หุตํ กถํ สุชฺเฌยฺยาติ.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๔,๑๔๘

ที่มาและฉบับอื่นของ “๕. มาฆสูตร”