อปิจ ยสฺมา สนิทานํ สอุปฺปตฺติกญฺจ เทเสนฺโต อาทิกลฺยาณํ เทเสติ, เวเนยฺยชนานํ อนุรูปโต อตฺถสฺส อวิปรีตตาย จ เหตุทาหรณโยคโต จ

เปฯ พฺรหฺมจริยํ ปกาเสตี"ติ วุจฺจติ.

สาธุ โข ปนาติ สุนฺทรํ โข ปน, อตฺถาวหํ สุขาวหนฺติ วุตฺตํ โหติ. ธมฺมิยา กถายาติ ปานกานิสํสปฏิสํยุตฺตาย. อยญฺหิ เกณิโย สายนฺหสมเย ภควโต อาคมนํ อสฺโสสิ. "ตุจฺฉหตฺโถ ภควนฺตํ ทสฺสนาย คนฺตุํ ลชฺชมาโน วิกาลโภชนา วิรตานมฺปิ ปานกํ กปฺปตี"ติ จินฺเตตฺวา ปญฺจหิ กาชสเตหิ สุสงฺขตํ พทรปานํ คาหาเปตฺวา อคมาสิ. ยถาห เภสชฺชกฺขนฺธเก "อถ โข เกณิยสฺส ชฏิลสฺส เอตทโหสิ, กินฺนุ โข อหํ สมณสฺส โคตมสฺส หราเปยฺยนฺ"ติ ๑- สพฺพํ เวทิตพฺพํ. ตโต นํ ภควา ยถา เสขสุตฺเต ๒- สากิเย อาวสถานิสํสปฏิสํยุตฺตาย กถาย, โคสิงฺคสาลวเน ๓- ตโย กุลปุตฺเต สามคฺคิรส- ปฏิสํยุตฺตาย, รถวินีเต ๔- ชาติภูมเก ภิกฺขู ทสกถาวตฺถุปฏิสํยุตฺตาย, เอวํ ตํ ขณานุรูปาย ปานกานิสํสปฏิสํยุตฺตาย กถาย ปานกทานานิสํสํ สนฺทสฺเสสิ, ตถารูปานํ ปุญฺญานํ ปุนปิ กตฺตพฺพตาย นิโยเชนฺโต สมาทเปสิ, อพฺภุสฺสาหํ ชเนนฺโต สมุตฺเตเชสิ, สนฺทิฏฺฐิกสมฺปรายิเกน ผลวิเสเสน ปหํสนฺโต สมฺปหํเสสิ. เตนาห "ธมฺมิยา กถาย ฯเปฯ สมฺปหํเสสี"ติ. โส ภิยฺโยโส มตฺตาย ภควติ ปสนฺโน ภควนฺตํ นิมนฺเตสิ, ภควา จสฺส ติกฺขตฺตุํ ปฏิกฺขิปิตฺวา อธิวาเสสิ. เตนาห "อถ โข เกณิโย ชฏิโล ฯเปฯ อธิวาเสสิ ภควา ตุณฺหีภาเวนา"ติ.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๔,๑๙๑

ที่มาและฉบับอื่นของ “๗. เสลสูตร”