@๓ ม.มู. ๑๒/๓๒๕/๒๘๘ ๔ ม.มู. ๑๒/๒๕๒-๖๐/๒๑๕-๒๒
กิมตฺถํ ปน ปฏิกฺขิปิ ภควาติ? ปุนปฺปุนํ ยาจนาย จสฺส ปุญฺญวุฑฺฒิ ภวิสฺสติ, พหุตรญฺจ ปฏิยาเทสฺสติ, ตํ ๑- ตโต อฑฺฒเตฬสานํ ภิกฺขุสตานํ ปฏิยตฺตํ อฑฺฒโสฬสนฺนํ ปาปุณิสฺสตีติ. กุโต อปรานิ ตีณิ สตานีติ เจ? อปฺปฏิยตฺเตเยว หิ ภตฺเต เสโล พฺราหฺมโณ ตีหิ มาณวกสเตหิ สทฺธึ ปพฺพชิสฺสติ, ตํ ทิสฺวา ภควา เอวมาหาติ. มิตฺตามจฺเจติ มิตฺเต จ กมฺมกเร จ ญาติสาโลหิเตติ สมานโลหิเต เอกโยนิสมฺพนฺเธ ปุตฺตธีตาทโย อวเสสพนฺธเว จ. เยนาติ ยสฺมา. เมติ มยฺหํ. กายเวยฺยาวฏิกนฺติ กาเยน เวยฺยาวจฺจํ. มณฺฑลมาฬํ ปฏิยาเทตีติ เสตวิตานมณฺฑปํ ๒- กโรติ.
ติณฺณํ เวทานนฺติ อิรุพฺเพทยชุพฺเพทสามเวทานํ. สห นิฆณฺฑุนา จ เกฏุเภน จ สนิฆณฺฑุเกฏุภานํ. นิฆณฺฑูติ นามนิฆณฺฑุ รุกฺขาทีนํ เววจนปฺปกาสกํ สตฺถํ. เกฏุภนฺติ กิริยากปฺปวิกปฺโป กวีนํ อุปการาย สตฺถํ. สห อกฺขรปฺปเภเทน สากฺขรปฺปเภทานํ. อกฺขรปฺปเภโทติ สิกฺขา จ นิรุตฺติ จ. อิติหาสปญฺจมานนฺติ อถพฺพนเวทํ จตุตฺถํ กตฺวา "อิติหอาส อิติหอาสา"ติ อีทิสวจนปฏิสํยุตฺโต ปุราณกถาสงฺขาโต อิติหาโส ปญฺจโม เอเตสนฺติ อิติหาสปญฺจมา. เตสํ อิติหาสปญฺจมานํ. ปทํ ตทวเสสญฺจ พฺยากรณํ อชฺเฌติ เวเทติ จาติ ปทโก เวยฺยากรโณ. โลกายเต วิตณฺฑวาทสตฺเถ มหาปุริสลกฺขณาธิกาเร จ ทฺวาทสสหสฺเส มหาปุริสลกฺขณสตฺเถ อนูโน ปริปูรการีติ ๓- โลกายตมหาปุริสลกฺขเณสุ อนวโย, อวโย น โหตีติ วุตฺตํ โหติ. อวโย นาม โย ตานิ อตฺถโต จ คนฺถโต จ สนฺธาเรตุํ น สกฺโกติ.
ชงฺฆาย หิตํ วิหารํ ชงฺฆาวิหารํ, จิราสนาทิชนิตํ ปริสฺสมํ วิโนเทตุํ ชงฺฆาปสารณตฺถํ อทีฆจาริกนฺติ วุตฺตํ โหติ. อนุจงฺกมมาโนติ จงฺกมมาโน เอว.