[๒] เอวํ ภควา ปุพฺเพ อนชฺฌาวุตฺถปุพฺพมฺปิ ปุพฺพญาติฆรํ พิมฺพิสารนิเวสนํ สกํ ฆรสญฺญาย อาคนฺตฺวา ติโรกุฑฺฑสนฺธิสิงฺฆาฏกทฺวารพาหาสุ ฐิเต อิสฺสามจฺฉริยผลํ อนุภวนฺเต, อปฺเปกจฺเจ ทีฆมสฺสุเกสนฺธการวทเน สิถิลพนฺธนวิลมฺพมานกิสผรุสกาฬกงฺคปจฺจงฺเค ตตฺถ ตตฺถ ๑- ฐปิตวนฑาหทฑฺฒตาล- รุกฺขสทิเส, อปฺเปกจฺเจ ปิปาสารณินิมฺมถเนน ๒- อุทรโต อุฏฺฐาย มุขโต วินิจฺฉรนฺตาย อคฺคิชาลาย ปริฑยฺหมานสรีเร, อปฺเปกจฺเจ สูจิฉิทฺทาณุมตฺตกณฺฐพิลตาย ปพฺพตาการกุจฺฉิตาย จ ลทฺธาปิ ๓- ปานโภชนํ ยาวทตฺถํ ภุญฺชิตุมสมตฺถตาย ขุปฺปิปาสรสโต ๔- อญฺญํ รสมวินฺทมาเน, อปฺเปกจฺเจ อญฺญมญฺญสฺส อญฺเญสํ วา สตฺตานํ ปภินฺนคณฺฑปีฬกมุขา ปคฺฆริตรุทิรปุพฺพลสิกาทึ ลทฺธา อมตมิว สายมาเน อติวิย ทุทฺทสิกวิรูปภยานกสรีเร พหู เปเต รญฺโญ นิทสฺเสนฺโต:-
"ติโรกุฑฺเฑสุ ติฏฺฐนฺติ สนฺธิสิงฺฆาฏเกสุ จ
ทฺวารพาหาสุ ติฏฺฐนฺติ อาคนฺตฺวาน สกํ ฆรนฺ"ติ วตฺวา ปุน เตหิ กตสฺส กมฺมสฺส ทารุณภาวํ ทสฺเสนฺโต "ปหูเต อนฺนปานมฺหี"ติ ทุติยํ คาถมาห.
ตตฺถ ปหูเตติ อนปฺปเก พหุมฺหิ, ยาวทตฺถิเกติ วุตฺตํ โหติ. พการสฺส หิ ปกาโร ลพฺภติ "ปหุ สนฺโต น ภรตี"ติอาทีสุ ๕- วิย. เกจิ ปน "พหูเต"อิติ จ "พหูเก"อิติ จ ปฐนฺติ. ปมาทปาฐา เอเต. อนฺเน จ ปานมฺหิ จ อนฺนปานมฺหิ. ขชฺเช จ โภชฺเช จ ขชฺชโภชฺเช, เอเตน อสิตปีตขายิตสายิต- วเสน จตุพฺพิธํ อาหารํ ทสฺเสติ. อุปฏฺฐิเตติ อุปคมฺม ฐิเต, สชฺชิเต ปฏิยตฺเต สโมหิเตติ วุตฺตํ โหติ. น เตสํ โกจิ สรติ, สตฺตานนฺติ เตสํ ปิตฺติวิสเย ๖- อุปฺปนฺนานํ สตฺตานํ โกจิ มาตา วา ปุตฺโต วา ปิตา วา น