[๖๖๕] อยํ กลีติ อยํ อปราโธ. อกฺเขสูติ ชูตกีฬนอกฺเขสุ. สพฺพสฺสาปิ สหาปิ อตฺตนาติ สพฺเพน อตฺตโน ธเนนปิ อตฺตนาปิ สทฺธึ. สุคเตสูติ สุฏฺฐุคตตฺตา, สุนฺทรญฺจ ฐานํ คตตฺตา สุคตนามเกสุ พุทฺธปจฺเจกพุทฺธสาวเกสุ. มนํ ปโทสเยติ โย มนํ ปทูเสยฺย. ตสฺสายํ มโน ปโทโส เอว มหนฺตตโร ๒- กลีติ วุตฺตํ โหติ.
[๖๖๖] กสฺมา? ยสฺมา สตํ สหสฺสานํ ฯเปฯ ปาปกํ, ยสฺมา วสฺสคณนาย เอตฺตโก โส กาโล, ยํ กาลํ อริยครหี วาจํ มนญฺจ ปณิธาย ปาปกํ นิรยํ อุเปติ, ตตฺถ ปจฺจตีติ วุตฺตํ โหติ. อิทํ หิ สงฺเขเปน ปทุมนิรเย อายุปฺปมาณํ.
[๖๖๗] อิทานิ อปเรนปิ นเยน "อยเมว มหนฺตตโร กลิ, โย สุคเตสุ มนํ ปทูสเย"ติ อิมมตฺถํ วิภาเวนฺโต "อภูตวาที"ติอาทิมาห. ตตฺถ อภูตวาทีติ อริยูปวาทวเสน อลิกวาที. นิรยนฺติ ปทุมาทึ. เปจฺจ สมา ภวนฺตีติ อิโต ปฏิคนฺตฺวา นิรยุปปตฺติยา สมา ภวนฺติ. ปรตฺถาติ ปรโลเก.
[๖๖๘] กิญฺจ ภิยฺโย:- โย อปฺปทุฏฺฐสฺสาติ. เอตฺถ ๓- จ โทสาภาเวน อปฺปทุฏฺโฐ, อวิชฺชามลาภาเวน สุทฺโธ, ปาปิจฺฉาภาเวน อนงฺคโณติ เวทิตพฺโพ. อปฺปทุฏฺฐตฺตา วา สุทฺธสฺส, สุทฺธตฺตา อนงฺคณสฺสาติ เอวเมตฺถ ๔- โยเชตพฺพํ.