[๙๗๗] กึสู อสิสฺสามีติ กึ ภุญฺชิสฺสามิ. กุวํ วา อสิสฺสนฺติ กุหึ วา อสิสฺสามิ. ทุกฺขํ วต เสตฺถ กฺวชฺช ๑- เสสฺสนฺติ อิมํ รตฺตึ ทุกฺขํ สยึ, อชฺช อาคมนรตฺตึ กตฺถ สยิสฺสํ. เอเต วิตกฺเกติ เอเต ปิณฺฑปาตนิสฺสิเต เทฺว, เสนาสนนิสฺสิเต เทฺวติ จตฺตาโร วิตกฺเก. อนิเกตจารีติ อปลิโพธจารี นิตฺตณฺหจารี.

[๙๗๘] กาเลติ ปิณฺฑปาตกาเล ปิณฺฑปาตสงฺขาตํ อนฺนํ วา จีวรกาเล จีวรสงฺขาตํ วสนํ วา ลทฺธา ธมฺเมน สเมนาติ อธิปฺปาโย. มตฺตํ โส ชญฺญาติ ปฏิคฺคหเณ จ ปริโภเค จ โส ปมาณํ ชาเนยฺย. อิธาติ สาสเน, นิปาตมตฺตเมว วา เอตํ. โตสนตฺถนฺติ สนฺโตสตฺถํ, เอตทตฺถํ มตฺตํ ชาเนยฺยาติ วุตฺตํ โหติ. โส เตสุ คุตฺโตติ โส ภิกฺขุ เตสุ ปจฺจเยสุ คุตฺโต. ยตจารีติ สํยตวิหาโร, รกฺขิติริยาปโถ รกฺขิตกายวจีมโนทฺวาโร จาติ วุตฺตํ โหติ. "ยติจารี"ติปิ ๒- ปาโฐ, เอโสเยวตฺโถ. ๓- รุสิโตติ โรสิโต, ฆฏฺฏิโตติ วุตฺตํ โหติ.

[๙๗๙] ฌานานุยุตฺโตติ อนุปฺปนฺนุปฺปาทเนน อุปฺปนฺนาเสวเนน จ ฌาเน อนุยุตฺโต. อุเปกฺขมารพฺภ สมาหิตตฺโตติ จตุตฺถชฺฌานุเปกฺขํ อุปฺปาเทตฺวา สมาหิตจิตฺโต. ตกฺกาสยํ กุกฺกุจฺจิยูปฉินฺเทติ กามวิตกฺกาทิตกฺกญฺจ, กามสญฺญาทึ ตสฺส ตกฺกสฺส อาสยญฺจ, หตฺถกุกฺกุจฺจาทึ กุกฺกุจฺจิยญฺจ อุปจฺฉินฺเทยฺย.

[๙๘๐] จุทิโต วจีภิ สติมาภินนฺเทติ อุปชฺฌายาทีหิ วาจาหิ โจทิโต สมาโน สติมา หุตฺวา ตํ โจทนํ อภินนฺเทยฺย. วาจํ ปมุญฺเจ กุสลนฺติ ญาณสมุฏฺฐิตํ วาจํ ปมุญฺเจยฺย. นาติเวลนฺติ อติเวลํ ๔- ปน วาจํ กาลเวลญฺจ

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๔,๔๐๙

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑๖. สารีปุตตสูตร”