เอตฺถ หิ ตสถาวรทุกํ ทิฏฺฐาทิฏฺฐทุกํ ทูรสนฺติกทุกํ ภูตสมฺภเวสีทุกนฺติ จตฺตาโร ทุเก, ทีฆาทีหิ จ ฉหิ ปเทหิ มชฺฌิมปทสฺส ตีสุ อณุกถูลปทสฺส ๖- จ ทฺวีสุ ติเกสุ จ อตฺถสมฺภวโต ทีฆรสฺสมชฺฌิมตฺติกํ มหนฺตาณุกมชฺฌิมตฺติกํ ถูลาณุกมชฺฌิมตฺติกนฺติ ตโย ติเก จ ทีเปติ. ตตฺถ เยเกจีติ อนวเสสวจนํ.

@๔ ฉ.ม., อิ. กเมน ๕ ฉ.ม....ติการมฺมณเภททีปกํ ๖ ฉ.ม., อิ. อณุกปทสฺส ปาณา เอว ภูตา ปาณภูตา. อถวา ปาณนฺตีติ ปาณา, เอเตน อสฺสาสปสฺสาสปฺ- ปฏิพทฺเธ ปญฺจโวการสตฺเต คณฺหาติ. ภวนฺตีติ ภูตา, เอเตน เอกโวการจตุโวการ- สตฺเต คณฺหาติ. อตฺถีติ สนฺติ สํวิชฺชนฺติ.

เอวํ "เยเกจิ ปาณภูตตฺถี"ติ อิมินา วจเนน ทุกติเกหิ สงฺคเหตพฺเพ สพฺพสตฺเต เอกชฺฌํ ๑- ทสฺเสตฺวา อิทานิ สพฺเพปิ เต ตสา วา ถาวรา วา อนวเสสาติ อิมินา ทุเกน สงฺคเหตฺวา ทสฺเสติ.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๕๒๐

ที่มาและฉบับอื่นของ “๙. กรณียเมตตสูตร”