@๓ ฉ.ม., อิ. อตฺตโน ๔ ฉ.ม., อิ. อณฺฑชชลาพุชา

ตตฺถ ปโรติ ปรชโน. ปรนฺติ ปรชนํ. น นิกุพฺเพถาติ น วมฺเภยฺย. ๑- นาติมญฺเญถาติ น อติกฺกมิตฺวา มญฺเญยฺย. กตฺถจีติ กตฺถจิ โอกาเส, คาเม วา เขตฺเต ๒- วา ญาติมชฺเฌ วา ปุคฺคลมชฺเฌ ๓- วาติ อาทิ. นนฺติ เอตํ. กญฺจีติ ยํกญฺจิ ขตฺติยํ วา พฺราหฺมณํ วา คหฏฺฐํ วา ปพฺพชิตํ วา สุขิตํ วา ทุกฺขิตํ วาติ ๔- อาทิ. พฺยาโรสนา ปฏีฆสญฺญาติ กายวจีวิกาเรหิ พฺยาโรสนาย จ มโนวิกาเรน ปฏิฆสญฺญาย จ. "พฺยาโรสนาย ปฏิฆสญฺญายา"ติ หิ วตฺตพฺเพ "พฺยาโรสนา ปฏิฆสญฺญา"ติ วุจฺจติ, ยถา "สมฺมทญฺญาย วิมุตฺตา"ติ วตฺตพฺเพ "สมฺมญฺญา วิมุตฺตา"ติ, ยถา จ "อนุปุพฺพสิกฺขาย อนุปุพฺพกิริยาย อนุปุพฺพ- ปฏิปทายา"ติ วตฺตพฺเพ "อนุปุพฺพสิกฺขา อนุปุพฺพกิริยา อนุปุพฺพปฏิปทา อญฺญาราธนาติ. ๕- นาญฺญมญฺญสฺส ทุกฺขมิจฺเฉยฺยาติ อญฺญมญฺญสฺส ทุกฺขํ น อิจฺเฉยฺย. กึ วุตฺตํ โหติ? น เกวลํ "สุขิโน วา เขมิโน วา โหนฺตู"ติอาทิมนสิการวเสเนว เมตฺตํ ภาเวยฺย, กิมฺปน ๖- "อโห วต โยโกจิ ปรปุคฺคโล ยํกญฺจิ ปรปุคฺคลํ วญฺจนาทีหิ นิกตีหิ น นิกุพฺเพถ, ชาติอาทีหิ จ นวหิ มานวตฺถูหิ กตฺถจิ ปเทเส ยํกญฺจิ ปรปุคฺคลํ นาติมญฺเญยฺย, อญฺญมญฺญสฺส จ พฺยาโรสนาย วา ปฏิฆสญฺญาย วา ทุกฺขํ น อิจฺเฉยฺยา"ติ เอวมฺปิ มนสิกโรนฺโต ภาเวยฺยาติ.

สตฺตมคาถาวณฺณนา

[๗] เอวํ อหิตทุกฺขานาคมนปตฺถนาวเสน อตฺถโต เมตฺตาภาวนํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ตเมว อุปมาย ทสฺเสนฺโต อาห "มาตา ยถา นิยํ ปุตฺตนฺ"ติ.

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๕๒๔

ที่มาและฉบับอื่นของ “๙. กรณียเมตตสูตร”