สตฺตรตฺตินฺทิวํ พุทฺโธ นิสีทิ ปุปฺผมาสเน

มม จิตฺตํ ปสาเทตฺวา หาสยิตฺวา สเทวเกติ.

เอวํ นิสินฺเน สตฺถริ, เทฺว อคฺคสาวกา เสสภิกฺขู จ อตฺตโน อตฺตโน ปตฺตาสเน นิสีทึสุ. สรทตาปโส มหนฺตํ ปุปฺผจฺฉตฺตํ คเหตฺวา ตถาคตสฺส มตฺถเก ธาเรนฺโต อฏฺฐาสิ. สตฺถา "ชฏิลานํ อยํ สกฺกาโร มหปฺผโล โหตูติ นิโรธสมาปตฺตึ สมาปชฺชิ. สตฺถุ สมาปตฺตึ สมาปนฺนภาวํ ญตฺวา เทฺว อคฺคสาวกาปิ เสสภิกฺขูปิ สมาปตฺตึ สมาปชฺชึสุ. ตถาคเต สตฺตาหํ นิโรธสมาปตฺตึ สมาปชฺชิตฺวา นิสินฺเน, อนฺเตวาสิกา, ภิกฺขาจารกาเล สมฺปตฺเต, วนมูลผลาผลํ ปริภุญฺชิตฺวา เสสกาลํ พุทฺธานํ อญฺชลึ ปคฺคยฺห ติฏฺฐนฺติ. สรทตาปโส ปน ภิกฺขาจารมฺปิ อคนฺตฺวา ปุปฺผจฺฉตฺตํ ธารยมาโนว สตฺตาหํ ปีติสุเขน วีตินาเมสิ. สตฺถา นิโรธโต วุฏฺฐาย ทกฺขิณปสฺเส นิสินฺนํ อคฺคสาวกํ นิสภตฺเถรํ อามนฺเตสิ "นิสภ สกฺการการกานํ ตาปสานํ ปุปฺผาสนานุโมทนํ กโรหีติ. เถโร จกฺกวตฺติรญฺโญ สนฺติกา ปฏิลทฺธมหาลาโภ มหาโยโธ วิย ตุฏฺฐมานโส สาวกปารมีญาเณ ฐตฺวา ปุปฺผาสนานุโมทนํ อารภิ. ตสฺส เทสนาวสาเน ทุติยสาวกํ อามนฺเตสิ "ตฺวํปิ ภิกฺขุ ธมฺมํ เทเสหีติ. อโนมตฺเถโร เตปิฏกํ พุทฺธวจนํ สมฺมสิตฺวา ธมฺมํ กเถสิ. ทฺวินฺนํ อคฺคสาวกานํ เทสนาย เอกสฺสาปิ อภิสมโย นาโหสิ. อถ สตฺถา อปริมาเณ พุทฺธวิสเย ฐตฺวา ธมฺมเทสนํ อารภิ. เทสนาปริโยสาเน ฐเปตฺวา สรทตาปสํ สพฺเพปิ จตุสตฺตติสหสฺสชฏิลา อรหตฺตํ ปาปุณึสุ. สตฺถา "เอถ ภิกฺขโวติ หตฺถํ ปสาเรสิ. เตสํ ตาวเทว เกสมสฺสูนิ อนฺตรธายึสุ. อฏฺฐ ปริกฺขารา กาเย ปฏิมุกฺกาว อเหสุํ. "สรทตาปโส กสฺมา อรหตฺตํ น ปตฺโตติ. วิกฺขิตฺตจิตฺตตฺตา. ตสฺส กิร พุทฺธานํ ทุติยาสเน นิสีทิตฺวา สาวกปารมีญาเณ ฐตฺวา ธมฺมํ เทสยโต อคฺคสาวกสฺส ธมฺมเทสนํ โสตุํ อารทฺธกาลโต ปฏฺฐาย "อโห วตาหํปิ อนาคเต อุปฺปชฺชนกสฺส พุทฺธสฺส สาสเน อิมินา สาวเกน ปฏิลทฺธํ ธุรํ ลเภยฺยนฺติ จิตฺตํ อุปฺปาเทสิ. โส เตน ปริวิตกฺเกน มคฺคผลปฺปฏิเวธํ กาตุํ นาสกฺขิ. ตถาคตํ ปน วนฺทิตฺวา สมฺมุเข ฐตฺวา อาห "ภนฺเต ตุมฺหากํ อนนฺตราสเน นิสินฺโน ภิกฺขุ ตุมฺหากํ สาสเน โก นาม โหตีติ. "มยา ปวตฺติตํ ธมฺมจกฺกํ อนุปวตฺเตนฺโต สาวกปารมีญาณสฺส โกฏิปฺปตฺโต โสฬส ปญฺญา ปฏิวิชฺฌิตฺวา ฐิโต, มยฺหํ สาสเน อคฺคสาวโก นาม เอโสติ. "ภนฺเต ยฺวายํ มยา สตฺตาหํ ปุปฺผจฺฉตฺตํ ธาเรนฺเตน สกฺกาโร กโต, อหํ อิมสฺส ผเลน อญฺญํ สกฺกตฺตํ วา พฺรหฺมตฺตํ วา น ปตฺเถมิ, อนาคเต ปน อยํ นิสภตฺเถโร วิย เอกสฺส พุทฺธสฺส อคฺคสาวโก ภเวยฺยนฺติ ปตฺถนํ อกาสิ. สตฺถา "สมิชฺฌิสฺสติ นุ โข อิมสฺส ปุริสสฺส ปตฺถนาติ อนาคตํสญาณํ เปเสตฺวา โอโลเกนฺโต กปฺปสตสหสฺสาธิกํ เอกํ อสงฺเขยฺยํ อติกฺกมิตฺวา สมิชฺฌนภาวํ อทฺทส, ทิสฺวา สรทตาปสํ อาห "น เต อยํ ปตฺถนา โมฆา ภวิสฺสติ, อนาคเต ปน กปฺปสตสหสฺสาธิกํ เอกํ อสงฺเขยฺยํ อติกฺกมิตฺวา โคตโม ๑- นาม พุทฺโธ โลเก อุปฺปชฺชิสฺสติ, ตสฺส มาตา มหามายาเทวี นาม ภวิสฺสติ, ปิตา สุทฺโธทโน นาม มหาราชา, ปุตฺโต ราหุโล นาม, อุปฏฺฐาโก อานนฺโท นาม, ทุติยสาวโก โมคฺคลฺลาโน นาม, ตฺวํ ปนสฺส อคฺคสาวโก ธมฺมเสนาปติ สารีปุตฺโต ๒- นาม ภวิสฺสสีติ. เอวํ ตาปสํ พฺยากริตฺวา ธมฺมกถํ กเถตฺวา ภิกฺขุสงฺฆปริวุโต อากาสํ ปกฺขนฺทิ. สรทตาปโสปิ อนฺเตวาสิกตฺเถรานํ สนฺติกํ คนฺตฺวา สหายกสฺส สิริวฑฺฒกุฏุมฺพิกสฺส สาสนํ เปเสสิ "ภนฺเต มม สหายกสฺส วเทถ `สหายเกน เต สรทตาปเสน อโนมทสฺสิสฺส พุทฺธสฺส ปาทมูเล อนาคเต

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๖๓๕

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. ยมกวรรค”