@๓. ตพฺพณฺณนายํ ปน ทณฺฑวคฺเค ทิสฺสติ. ปุรโต คจฺฉาหีติ. โส "สาธูติ ปิตรํ วนฺทิตฺวา นิกฺขนฺโต ตํ คามํ ปตฺวา เสฏฺฐิฆรํ ปุจฺฉิตฺวา คนฺตฺวา เสฏฺฐิชายํ ปสฺสิตฺวา, "กุโต อาคโตสีติ วุตฺเต, "อนฺโตนครโตติ อาห. "กสฺส ปุตฺโตสีติ. "ตุมฺหากํ สหายกเสฏฺฐิโน อมฺมาติ. "ตฺวมสิ โฆสโก นามาติ. "อาม อมฺมาติ. ตสฺสา สห ทสฺสเนเนว ตสฺมึ ปุตฺตสิเนโห อุปฺปชฺชิ.

เสฏฺฐิโน ปเนกา ธีตา อตฺถิ, ปณฺณรสโสฬสวสฺสุทฺเทสิกา อภิรูปา ปาสาทิกา. ตํ รกฺขิตุํ เอกเมว เปสนการิกํ ทาสึ ทตฺวา สตฺตภูมิกสฺส ปาสาทสฺส อุปริตเล สิริคพฺเภ วสาเปสิ. ๑- เสฏฺฐิธีตา ตสฺมึ ขเณ ตํ ทาสึ อนฺตราปณํ เปเสสิ. อถ นํ เสฏฺฐิชายา ทิสฺวา "กุหึ คจฺฉสีติ ปุจฺฉิตฺวา, "อยฺเย ธีตาย เปสเนนาติ วุตฺเต, "อิโต ตาว เอหิ, ติฏฺฐตุ เปสนํ, ปุตฺตสฺส เม ปีฐกํ อตฺถริตฺวา ปาเท โธวิตฺวา เตลํ มกฺขิตฺวา สยนํ อตฺถริตฺวา เทหิ, ปจฺฉา เปสนํ กริสฺสสีติ อาห. สา ตถา อกาสิ. อถ นํ จิเรนาคตํ เสฏฺฐิธีตา สนฺตชฺเชสิ. อถ นํ สา อาห "อยฺเย มา เม กุชฺฌิ, เสฏฺฐิปุตฺโต โฆสโก อาคโต, ตสฺส อิทญฺจิทญฺจ กตฺวา ตตฺถ คนฺตฺวา อาคตามฺหีติ. เสฏฺฐิธีตาย "เสฏฺฐิปุตฺโต โฆสโกติ นามํ สุตฺวาว เปมํ ฉวิอาทีนิ ฉินฺทิตฺวา อฏฺฐิมิญฺชํ อาหจฺจ ฐิตํ. โกตุหลิกกาลสฺมึ หิ สา ตสฺส ปชาปตี หุตฺวา นาฬิโกทนํ ปจฺเจกพุทฺธสฺส อทาสิ. ตสฺสานุภาเวนาคนฺตฺวา อิมสฺมึ เสฏฺฐิกุเล นิพฺพตฺตา. อิติ นํ โส ปุพฺพสิเนโห อวตฺถริตฺวา คณฺหิ. เตนาห ภควา

"ปุพฺเพว สนฺนิวาเสน ปจฺจุปฺปนฺนหิเตน วา

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๗๐๐

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. อัปปมาทวรรค”