เอโก กิร สาวตฺถีวาสี กุลปุตฺโต นฏฺฐโคณํ ปริเยสนฺโต อรญฺญํ ปวิสิตฺวา มชฺฌนฺติกกาเล โคณํ ทิสฺวา ยูเถ วิสฺสชฺเชตฺวา "อวสฺสํ อยฺยานํ สนฺติเก อาหารมตฺตํ ลภิสฺสามีติ ขุปฺปิปาสาปีฬิโต วิหารํ ปวิสิตฺวา ภิกฺขูนํ สนฺติกํ คนฺตฺวา วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. ตสฺมึ โข ปน สมเย ภิกฺขูนํ อวกฺการปาติยํ ภุตฺตาวเสสกํ ภตฺตํ โหติ. เต ตํ ฉาตกปีฬิตํ ทิสฺวา "อิงฺฆ ภตฺตํ คเหตฺวา ภุญฺชาติ วทึสุ. พุทฺธกาเล จ นาม อเนกสูปพฺยญฺชนํ อุปฺปชฺชติ. โส ตโต ยาปนมตฺตํ คเหตฺวา ภุญฺชิตฺวา ปานียํ ปิวิตฺวา หตฺเถ โธวิตฺวา ภิกฺขู วนฺทิตฺวา "กึ ภนฺเต อชฺช อยฺยา นิมนฺตนฏฺฐานํ อคมํสูติ. "นตฺถิ อุปาสก, ภิกฺขู อิมินาว นีหาเรน นิพทฺธํ ลภนฺตีติ. โส "มยํ อุฏฺฐาย สมุฏฺฐาย รตฺตินฺทิวํ นิพทฺธํ กมฺมํ กโรนฺตาปิ เอวํ มธุรพฺยญฺชนภตฺตํ น ลภาม, อิเม กิร นิพทฺธํ ภุญฺชนฺติ, กึ เม คิหิภาเวน, ภิกฺขุ ภวิสฺสามีติ จินฺเตตฺวา ภิกฺขู อุปสงฺกมิตฺวา ปพฺพชฺชํ ยาจิ. อถ นํ ภิกฺขู "สาธุ อุปาสกาติ ปพฺพาเชสุํ. โส ลทฺธูปสมฺปโท สพฺพุปการํ วตฺตปฏิวตฺตํ อกาสิ. โส พุทฺธานํ อุปฺปนฺเนน ลาภสกฺกาเรน กติปาหจฺจเยน ถูลสรีโร อโหสิ; ตโต จินฺเตสิ "กึ เม ภิกฺขาย จริตฺวา ชีวิเตน, คิหี ภวิสฺสามีติ. โส วิพฺภมิตฺวา เคหํ ปาวิสิ. ตสฺส เคเห กมฺมํ กโรนฺตสฺส, กติปาเหเนว สรีรํ มิลายิ, ตโต "กึ เม อิมินา ทุกฺเขน, สมโณ ภวิสฺสามีติ จินฺเตตฺวา ปุนาคนฺตฺวา ปพฺพชิ. โส กติปาหํ วีตินาเมตฺวา ปุน อุกฺกณฺฐิตฺวา วิพฺภมิ. ปพฺพชิตกาเล ปน ภิกฺขูนํ อุปการโก อโหสิ. โส ปุนปิ กติปาเหเนว อุกฺกณฺฐิตฺวา "กึ เม คิหิภาเวน, ปพฺพชิสฺสามีติ คนฺตฺวา ภิกฺขู วนฺทิตฺวา ปพฺพชฺชํ ยาจิ. อถ นํ ภิกฺขู อุปการวเสน ปุน ปพฺพาชยึสุ, เอวํ โส ฉกฺขตฺตุํ ปพฺพชิตฺวา อุปฺปพฺพชิโต. ตสฺส ภิกฺขู "เอส จิตฺตวสิโก หุตฺวา วิจรตีติ "จิตฺตหตฺถตฺเถโรติ นามํ กรึสุ. ตสฺเสวํ อปราปรํ วิจรนฺตสฺเสว, ภริยา คพฺภินี อโหสิ. โส สตฺตเม วาเร อรญฺญโต กสิภณฺฑํ อาทาย เคหํ คนฺตฺวา ภณฺฑกํ ฐเปตฺวา "อตฺตโน กาสาวํ คณฺหิสฺสามีติ คพฺภํ ปาวิสิ. ตสฺมึ ขเณ ตสฺส ภริยา นิปชฺชิตฺวา นิทฺทายติ. ตสฺสา นิวตฺถสาฏโก อปคโต. มุขโต ลาลา ปคฺฆรติ, นาสา ฆุรุฆุรายติ, มุขํ วิวฏํ, ทนฺตํ ฆํสติ. ๑- สา ตสฺส อุทฺธุมาตกสรีรํ วิย อุปฏฺฐาสิ. โส "อนิจฺจํ ทุกฺขํ อิทํ, อหํ เอตฺตกํ กาลํ ปพฺพชิตฺวา อิมํ นิสฺสาย ภิกฺขุภาเว สณฺฐาตุํ นาสกฺขินฺติ กาสาวโกฏิยํ คเหตฺวา อุทเร พนฺธนฺโตว เคหา นิกฺขมิ. อถสฺส อนนฺตรเคเห ฐิตา สสฺสุ ตํ ตถา คจฺฉมานํ ทิสฺวา "อยํ ปฏิกฺกนฺโต, อิทาเนว อรญฺญโต อาคจฺฉนฺโตว กาสาวํ อุทเร พนฺธิตฺวา นิกฺขนฺโต วิหาราภิมุโข คจฺฉติ; กินฺนุ โขติ เคหํ ปวิสิตฺวา นิทฺทายมานํ ธีตรํ ปสฺสิตฺวา "โส อิมํ ทิสฺวา วิปฺปฏิสารี หุตฺวา คโตติ ญตฺวา ธีตรํ ปหริตฺวา "อุฏฺเฐหิ กาฬกณฺณิ, สามิโก เต ตํ นิทฺทายมานํ ทิสฺวา วิปฺปฏิสารี หุตฺวา คโต; นตฺถิ โส อิโต ปฏฺฐาย ตุยฺหนฺติ อาห. "อเปหิ อเปหิ อมฺม, กุโต ตสฺส คมนํ, กติปาเหเนว ปุน อาคมิสฺสตีติ. โสปิ "อนิจฺจํ ทุกฺขนฺติ วตฺวา คจฺฉนฺโต คจฺฉนฺโตว โสตาปตฺติผลํ ปาปุณิ. โส คนฺตฺวา ภิกฺขู วนฺทิตฺวา ปพฺพชฺชํ ยาจิ. "น สกฺขิสฺสาม มยํ ตํ ปพฺพาเชตุํ, กุโต ตุยฺหํ สมณภาโว, สตฺถกนิสาทนปาสาณสทิสํ ตว สีสนฺติ. "ภนฺเต อิทานิ มํ อนุกมฺปาย เอกวารํ ปพฺพาเชถาติ. เต ตํ อุปการวเสน ปพฺพาชยึสุ. โส กติปาเหเนว สห ปฏิสมฺภิทาหิ อรหตฺตํ ปาปุณิ. เตปิ ตํ

เล่มที่ ๒๕ ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต๗๙๔

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. จิตตวรรค”