๑๐. โสมนัสสสูตร
[๒๑๕] จริงอยู่ พระสูตรนี้พระผู้มีพระภาคตรัสแล้ว พระสูตรนี้พระผู้มีพระภาคผู้เป็น พระอรหันต์ตรัสแล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วว่าดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ประกอบ ด้วยธรรม ๒ ประการ เป็นผู้มากไปด้วยสุขและโสมนัสอยู่ในปัจจุบัน เป็นผู้ปรารภความเพียร แล้วโดยแยบคาย เพื่อความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย ธรรม ๒ ประการเป็นไฉน คือ ความ สังเวชในฐานะอันเป็นที่ตั้งแห่งความสังเวช ๑ ความเพียรโดยแยบคายแห่งบุคคลผู้สังเวช ๑ ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๒ ประการนี้แล เป็นผู้มากไปด้วยสุขและโสมนัส อยู่ในปัจจุบัน เป็นผู้ปรารภความเพียรแล้วโดยแยบคาย เพื่อความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย ฯ พระผู้มีพระภาคได้ตรัสเนื้อความนี้แล้ว ในพระสูตรนั้น พระผู้มีพระภาคตรัสคาถา ประพันธ์ดังนี้ว่า ภิกษุผู้เป็นบัณฑิต มีความเพียร มีปัญญาเครื่องรักษาตนพิจารณาโดย ชอบแล้วด้วยปัญญา พึงสังเวชในฐานะเป็นที่ตั้งแห่งความสังเวชทีเดียว ภิกษุผู้มีปรกติอยู่อย่างนี้ มีความเพียร มีความประพฤติสงบ ไม่ฟุ้งซ่าน หมั่นประกอบอุบายเป็นเครื่องสงบใจ พึงถึงความสิ้นไปแห่งทุกข์ได้ ฯ เนื้อความแม้นี้พระผู้มีพระภาคตรัสแล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วฉะนี้แล ฯ จบสูตรที่ ๑๐ จบวรรคที่ ๑ รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. ภิกขุสูตรที่ ๑ ๒. ภิกขุสูตรที่ ๒ ๓. ตปนียสูตร ๔. อตปนียสูตร ๕. สีลสูตรที่ ๑ ๖. สีลสูตรที่ ๒ ๗. อาตาปีสูตร ๘. นกุหนาสูตรที่ ๑ ๙. นกุหนาสูตรที่ ๒ ๑๐. โสมนัสสสูตร ฯ อิติวุตตกะ ทุกนิบาต วรรคที่ ๒ ๑. วิตักกสูตร