ผู้ใดย่อมพาย่อมนำไป เหตุนั้น ผู้นั้นชื่อว่านระ ผู้นำไป ได้แก่บุรุษผู้ชาย. เหมือนอย่างว่า สัตว์แรกเกิดโดยปกติ ย่อมนอนก่อน เหตุนั้น จึงเรียกกันว่าบุรุษ เพราะอรรถว่าเป็นผู้ประเสริฐโดยปกตินอกจากนี้ฉันใด ที่เรียกว่านระ ก็เพราะอรรถว่านำไปฉันนั้น.

จริงอยู่ บุคคลแม้เป็นบุตรผู้พี่ ก็ตั้งอยู่ในฐานะบิดา ฐานะมารดาของพวกพี่สาวได้. จะป่วยกล่าวไปไยถึงบุคคลผู้เป็นสามี. หญิงนั้นเป็นของนระ เหตุนั้น หญิงนั้นจึงชื่อว่านารี. ก็ชื่อนี้เขาเรียกกันอย่างนั้น แม้ในผู้หญิงนอกนี้ โดยที่ขยายความกันออกไปในพวกมนุษย์ผู้หญิง.

บทว่า โอคาหสิ โปกฺขรณึ ความว่า ด้วยความยินดีในการอยู่ในน้ำ จึงเข้าไปยังสระทิพย์ ที่ได้ชื่อว่าโบกขรณี เพราะโดยมากในนั้นมีปทุมทิพย์ ที่เรียกกันว่าโปกขระ ในดอกไม้น้ำ ซึ่งทำด้วยรัตนะมากชนิดมีบัวแดงและบัวเขียวเป็นต้นอยู่.

บทว่า ปทุมํ ฉินฺทสิ ปาณินา ความว่า ท่านหักด้วยมือของท่าน ก็เพราะประสงค์จะทำดอกบัวที่มีลีลาดังบัวทิพย์ ที่มีชั้นช่อและเกสรแห่งกลีบที่ทำด้วยทอง ให้มีก้านทำด้วยเงินคู่กับใบที่ทำด้วยรัตนะคือบุษราคัม.

เล่มที่ ๒๖ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ-เถร-เถรีคาถา๑๔๐

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๖. นาวาวิมาน ที่ ๑”