ภุมมเทพจึงน้อมข้าวและน้ำอันเป็นทิพย์อย่างยิ่งเข้าไปให้นางเปรตนั้น ก็ของเหล่านั้น พอนางเปรตรับก็กลายเป็นคูถและมูตร หนองและโลหิต ผ้าสาฎกที่ให้ไป พอนางนุ่งห่มก็กลายเป็นแผ่นเหล็กลุกโชน นางเสวยทุกข์อย่างมหันต์ ทิ้งผ้านั้นคร่ำครวญเที่ยวไป.
ก็สมัยนั้น ภิกษุรูปหนึ่งออกพรรษาแล้ว เดินไปเพื่อจะเฝ้าพระศาสดา ดำเนินไปถึงดงไฟไหม้ พร้อมกับหมู่เกวียนหมู่ใหญ่. ในราตรี พวกหมู่เกวียนเดินทางไป เวลากลางวันเห็นประเทศแห่งหนึ่งสมบูรณ์ด้วยร่มเงาอันสนิทและน้ำในป่า จึงปลดเกวียนแล้วพักอยู่ครู่หนึ่ง.
ฝ่ายภิกษุหลีกไปหน่อยหนึ่ง เพราะใคร่ต่อความวิเวก ปูสังฆาฏิลงที่โคนไม้อันปิดบังด้วยพงป่า มีร่มเงาสนิทต้นหนึ่งแล้วนอน มีร่างกายอ่อนเพลียเพราะเหน็ดเหนื่อยในการเดินทางตอนกลางคืน จึงหลับไป. หมู่เกวียนครั้นพักแล้วก็เดินทางต่อไป ภิกษุนั้นยังไม่ตื่น ครั้นเวลาเย็น เธอลุกขึ้นไม่เห็นพวกเกวียนเหล่านั้น จึงเดินผิดทางไปสายหนึ่ง ถึงที่อยู่ของเทวดานั้นโดยลำดับ.
ลำดับนั้น เทพบุตรนั้นเห็นภิกษุนั้นแล้ว แปลงเป็นรูปคนเข้าไปหากระทำปฏิสันถาร นิมนต์ให้เข้าไปยังวิมานของตน ถวายเภสัชมียาทาเท้าเป็นต้น แล้วเข้าไปนั่งใกล้. ก็สมัยนั้น นางเปรตมากล่าวว่า นาย ท่านจงให้ข้าวน้ำและผ้าสาฎกแก่ฉันเถิด. เทพบุตรนั้นได้ให้ของเหล่านั้นแก่นางเปรตนั้น ก็ของเหล่านั้น พอนางเปรตรับก็กลายเป็นคูถ มูตร หนอง เลือดและแผ่นเหล็กอันลุกโชนทีเดียว.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที