ด้วยคำว่า ตปสฺสิโน นั้น ท่านแสดงว่า เป็นผู้อาศัยตปะอย่างนั้น และเป็นผู้ปรารถนา เพื่อจะหลุดพ้นจากสรีระ ก็เป็นผู้สำรวม ย่อมละสรีระได้ทีเดียว.
อีกอย่างหนึ่ง บทว่า อิสโย ชื่อว่าอิสยะ เพราะอรรถว่าแสวงหาอธิสีลสิกขาเป็นต้น, ชื่อว่าผู้สงบ เพราะเข้าไปสงบบาปธรรมอันเป็นปฏิปักษ์ต่ออธิสีลสิกขานั้น ก็เพื่อประโยชน์แก่อธิสีลสิกขานั้น. ชื่อว่ามีตนสำรวมแล้ว เพราะสำรวมจิตไว้ในอารมณ์อันเดียวกัน. ชื่อว่าตปัสสี เพราะมีความเพียรเครื่องเผาบาปโดยประกอบความเพียรชอบ. บัณฑิตพึงประกอบความว่า ผู้ที่มีความเพียรเป็นเครื่องประกอบ ชื่อว่าตปัสสี เพราะทำกิเลสมีราคะเป็นต้น ให้เร่าร้อน.
บทว่า ภาวิตตฺตา ได้แก่ ผู้มีจิตอันอบรมแล้วด้วยกัมมัฏฐานภาวนาอันมีสัจจะ ๔ เป็นอารมณ์.
เมื่อฆฏบัณฑิตกล่าวธรรมอย่างนี้ พระราชาได้ทรงสดับดังนั้นเป็นผู้ปราศจากลูกศรคือความโศก มีใจเลื่อมใส.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที