จริงอยู่ ในกาลนั้น เมื่อพระเถระกล่าวประวัติของเปรตผู้เป็นญาติของตน พระศาสดาจึงตรัสว่า ไม่ใช่เปรตผู้เป็นญาติของท่านอย่างเดียวเท่านั้น โดยที่แท้ แม้ท่านก็จากโลกนี้ ไปเป็นเปรต เสวยทุกข์อย่างใหญ่ในอัตภาพ อันเป็นอดีตโดยลำดับ ดังนี้ อันพระเถระนั้นทูลอาราธนาแล้ว จึงตรัสเปตวัตถุนี้ว่า :-
ผลแห่งกรรมทั้งหลายที่พระราชโอรสได้ทำไว้ในชาติก่อน พึงย่ำยีหัวใจ พระราชโอรสได้เสวยรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะอันน่ารื่นรมย์ใจและการฟ้อนรำขับร้อง ความยินดี ความสนุกสนานเป็นอันมาก เสด็จเที่ยวไปในสวนแล้วเสด็จเข้าไปยังเมืองราชคฤห์ ได้ทรงเห็นพระปัจเจกพุทธเจ้านามว่าสุเนตตะ ผู้มีตนอันฝึกแล้ว มีจิตตั้งมั่น มักน้อย สมบูรณ์ด้วยหิริ ยินดีในอาหาร เฉพาะที่มีอยู่ในบาตร จึงเสด็จลงจากคอช้าง แล้วตรัสถามว่า ได้อะไรบ้าง พระผู้เป็นเจ้า แล้วจับบาตรของพระปัจเจกพุทธเจ้ายกขึ้นสูงแล้วทุ่มลงที่พื้นดินให้แตก ทรงพระศรวลหลีกไปหน่อยหนึ่ง ได้ตรัสกะพระปัจเจกพุทธเจ้าผู้แลดูอยู่ด้วยอำนาจความกรุณา ว่าเราเป็นโอรสของพระเจ้ากิตวะ แน่ะภิกษุ ท่านจักทำอะไรเรา
พระราชโอรสยัดเยียด (ตก) อยู่ในนรก ได้เสวยผลอันเผ็ดร้อนของกรรมอันหยาบช้านั้น พระราชโอรสผู้เป็นพาล ทำบาปหยาบช้าไว้ จึงได้ประสบทุกข์อันกล้าแข็งอยู่ในนรก ๘๔,๐๐๐ ปี นอนหงายบ้าง นอนคว่ำบ้าง นอนตะแคงซ้ายบ้าง นอนตะแคงขวาบ้าง เท้าชี้ขึ้นข้างบนบ้าง ยืนอยู่อย่างนั้นบ้าง หมกไหม้อยู่สิ้นกาลนาน ทำบาปหยาบช้าไว้ จึงได้ประสบทุกข์อันกล้าแข็งในนรก หลายหมื่นปีเป็นอันมาก
บุคคลผู้มีการงานอันลามก พากันประทุษร้ายฤๅษีผู้ไม่ประทุษร้ายต่อผู้ประทุษร้าย ผู้มีวัตรอันงาม ได้เสวยทุกข์อันเผ็ดร้อนอย่างยิ่งเห็นปานนี้ และเปรตผู้เป็นพระราชโอรสเสวยทุกข์เป็นอันมากในนรกนั้นสิ้นหลายปี จุติจากนรกแล้วมาเกิดเป็นเปรตอดอยากอีก
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที