แม้นางก็กลับไปหาข้าวสารหุงเป็นข้าวสวย.
ส่วนปุณณะไถที่ประมาณ ๘ กรีสไม่อาจทนความหิวได้ก็ปลดโค เข้าไปยังร่มไม้แห่งหนึ่ง นั่งมองนางอยู่. ขณะนั้น ภริยาของเขาถืออาหารเดินไป เห็นเขาแล้วก็คิดว่า เขาหิวนั่งมองเรา ถ้าจักตะคอกเราว่า ช่างช้าเหลือเกิน แล้วตีด้วยด้ามปฏักไซร้ กรรมที่เราทำก็จักไร้ประโยชน์ จำเราจักบอกกล่าวเขาเสียก่อน จึงพูดอย่างนี้ว่า นายจ๋า วันนี้ดีฉันทำจิตผ่องใสทั้งวัน โปรดอย่าทำกรรมที่ดีฉันทำไว้แล้วให้ไร้ประโยชน์เลย ดีฉันนำอาหารสำหรับนายมาแต่เช้า ระหว่างทางพบท่านพระธรรมเสนาบดี จึงถวายอาหารสำหรับนายแก่ท่าน แล้วกลับบ้านหุงอาหารแล้วจึงมา นายจ๋า โปรดทำจิตให้ผ่องใสเถิด.
ปุณณะนั้นถามว่า แม่นางพูดอะไร ฟังเรื่องนั้นสักครั้ง แล้วกล่าวว่า แม่นาง เจ้าถวายอาหารสำหรับฉันแก่พระผู้เป็นเจ้า ช่างทำดีแท้ แม้ฉันก็ถวายไม้ชำระฟันและน้ำบ้วนปากแก่ท่านเมื่อเช้าตรู่วันนี้ เขามีใจผ่องใสยินดีถ้อยคำนั้น ลำบากกายเพราะได้อาหารตอนสาย จึงวางศีรษะหนุนตักของนางแล้วก็หลับไป.
ลำดับนั้น เนื้อที่ๆ เขาไถตอนเช้า ละเอียดเป็นฝุ่น กลายเป็นทองสีแดงไปหมด ปรากฏงดงามเหมือนกองดอกกรรณิการ์. เขาตื่นแล้วมองดู กล่าวกะภริยาว่า แม่นาง เนื้อที่ๆ ฉันไถไว้แห่งหนึ่งปรากฏชัดแก่ฉันเป็นทองไปหมด หรือลูกตาของฉันฝาดไป เพราะได้อาหารสายเกินไปหนอ.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที