คราวหนึ่ง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้เลิศกว่าไตรโลก เป็นมุนี ทรงรู้วารจิตของสัตว์ พระองค์นั้นทรงแนะนำเวไนยสัตว์เป็นอันมาก ทรงแสดงพระธรรมเทศนาอยู่ พระพิชิตมารตรัสสรรเสริญภิกษุผู้เพ่งพินิจ ยินดีแล้วในฌาน มีความเพียรสงบระงับ ไม่ขุ่นมัวในท่ามกลางบริษัท ทรงทำให้ประชาชนยินดี.

ครั้งนั้น เราเป็นพราหมณ์เรียนจบไตรเพท อยู่ในพระนครหงสาวดี ได้สดับพระธรรมเทศนาก็ชอบใจจึงปรารถนาฐานันดรนั้น ทีนั้น พระพิชิตมารผู้เป็นสังฆปริณายกยอดเยี่ยมได้ตรัสพยากรณ์ในท่ามกลางสงฆ์ว่า จงดีใจเถิดพราหมณ์ ท่านจักได้ฐานันดรนี้สมดังมโนรถปรารถนา ในกัปที่แสนแต่กัปนี้ พระศาสดาพระนามว่าโคตมะ ผู้สมภพในวงศ์ของพระเจ้าโอกากราช จักเสด็จอุบัติขึ้นในโลก ท่านจักได้เป็นธรรมทายาทของพระศาสดาพระองค์นั้น เป็นพระโอรสอันธรรมเนรมิต เป็นสาวกของพระศาสดา มีชื่อว่า "เรวตะ"

เพราะกรรมที่ทำไว้ดี และเพราะการตั้งเจตน์จำนงไว้ เราละร่างมนุษย์แล้วได้ไปยังสวรรค์ชั้นดาวดึงส์.

ในภพสุดท้าย ในบัดนี้ เราเกิดในตระกูลกษัตริย์อันมั่งคั่งสมบูรณ์ มีทรัพย์มากมายในโกลิยนคร ในคราวที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงพระธรรมเทศนาในพระนครกบิลพัสดุ์ เราเลื่อมใสในพระสุคตเจ้า จึงออกบวชเป็นบรรพชิต

เล่มที่ ๒๖ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ-เถร-เถรีคาถา๒,๔๑๔

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. กังขาเรวตเถรคาถา”