พระตถาคตเจ้าเหล่าใดย่อมกำจัด คือขจัดบำบัดเสียซึ่งกังขาคือความสงสัยอันมีวัตถุ ๑๖ อันเป็นไปแล้วโดยนัยมีอาทิว่า ในอดีตอันยาวนาน เราได้เคยมีมาแล้วหรือหนอ และมีวัตถุ ๘ ประการอันเป็นไปแล้วโดยนัยมีอาทิว่า ย่อมสงสัยในพระพุทธ ย่อมสงสัยในพระธรรมดังนี้ แก่เหล่าไวเนยสัตว์ผู้เข้าถึงคือเข้าไปยังสำนักของพระองค์ โดยไม่มีส่วนเหลือด้วยอานุภาพแห่งเทศนา.
อีกนัยหนึ่ง ไฟที่รุ่งเรือง คือมีแสงสว่างจ้า ลุกโชติช่วง ในยามพลบค่ำคือยามราตรี ย่อมกำจัดความมืด ให้แสงสว่าง มองเห็นที่เสมอและไม่เสมอได้ชัดเจนแก่ผู้ที่อยู่บนที่สูง. แต่สำหรับผู้ที่อยู่ในที่ต่ำ เมื่อกระทำแสงสว่างนั้นให้ปรากฏดีแล้ว ชื่อว่าย่อมให้ซึ่งดวงตา เพราะกระทำกิจคือการเห็นฉันใด พระตถาคตเจ้าทั้งหลายก็ฉันนั้นเหมือนกัน เมื่อทรงกำจัดความมืดคือโมหะแก่ผู้ที่ตั้งอยู่ในที่ไกลจากธรรมกายของพระองค์ คือผู้ที่มีอธิการยังไม่ได้กระทำไว้ ด้วยแสงสว่างคือปัญญา แล้วทรงยังความเสมอและไม่เสมอ มีความเสมอทางกายและความไม่เสมอทางกายเป็นต้น ให้แจ่มแจ้ง ชื่อว่าย่อมให้แสงสว่าง. แต่สำหรับผู้ที่อยู่ในที่ใกล้ เมื่อมอบธรรมจักษุให้แก่ผู้ที่มีอธิการอันกระทำแล้ว ชื่อว่าย่อมให้ซึ่งดวงตา.
ประกอบความว่า พระตถาคตเจ้าทั้งหลายเหล่าใดผู้เป็นอย่างนี้ ย่อมกำจัดความสงสัยของผู้มากไปด้วยความสงสัย แม้เช่นเราผู้มาฟังพระโอวาทของพระองค์ คือขจัดเสียได้ด้วยการยังพระอริยมรรคให้เกิดขึ้น ท่านจงดูพระปัญญาที่มีพระญาณอันดียิ่งของพระตถาคตเจ้าเหล่านั้น.
แม้คาถานี้ก็จัดเป็นคาถาพยากรณ์อรหัตผลของพระเถระ โดยประกาศถึงการก้าวล่วงความสงสัยของตน.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที