พระเถระฟังคำของภิกษุเหล่านั้นแล้วคิดว่า พระศาสดาทรงทราบข้อที่เราเป็นผู้ได้กถาวัตถุ ๑๐ เราเมื่อแสดงธรรมก็แสดงไม่ละทิ้งกถาวัตถุ ๑๐ เลย เมื่อเราไป ภิกษุเหล่านี้แม้ทั้งหมดจักห้อมล้อมเราไป การเข้าไปเฝ้าพระทศพล โดยระคนด้วยหมู่คณะอย่างนี้ ไม่สมควรแก่เราเลย ภิกษุเหล่านี้จงไปเฝ้าก่อนเถิด ดังนี้ กล่าวกะภิกษุเหล่านั้นว่า ดูก่อนอาวุโสทั้งหลาย ท่านทั้งหลายจงล่วงหน้าไปเฝ้าพระตถาคตเจ้า และจงถวายบังคมพระบาทของพระองค์ ตามคำของเราด้วย แม้เราก็จักติดตามไปตามทางที่ท่านทั้งหลายไปแล้ว.
พระเถระเหล่านั้นแม้ทุกๆ รูปล้วนเคยอยู่ในแคว้นอันเป็นชาติภูมิของพระทศพล ทุกๆ รูปล้วนมีปกติได้กถาวัตถุ ๑๐ รับโอวาทของพระอุปัชฌาย์ของตนๆ แล้ว ไหว้พระเถระ เที่ยวจาริกไปโดยลำดับ ล่วงทางประมาณ ๖๐ โยชน์ ตรงไปยังเชวตวันมหาวิหาร ในกรุงราชคฤห์ ถวายบังคมพระบาทของพระทศพลแล้ว นั่งลง ณ ส่วนข้างหนึ่ง.
ก็การต้อนรับปราศรัยกับภิกษุผู้อาคันตุกะทั้งหลาย เป็นธรรมเนียมที่พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เป็นพระพุทธเจ้าทั้งหลายสั่งสมแล้ว เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงทำปฏิสันถารกับภิกษุเหล่านั้น โดยนัยมีอาทิว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ท่านทั้งหลายพออดทนได้หรือ ดังนี้แล้ว ตรัสถามว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็เธอทั้งหลายมาจากไหน? ครั้นเมื่อภิกษุเหล่านั้นกราบทูลให้ทรงทราบถึงชาติภูมิแล้ว จึงรับสั่งถามภิกษุผู้ได้กถาวัตถุ ๑๐ ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บรรดาภิกษุผู้เป็นเพื่อนพรหมจารีผู้มีชาติภูมิอยู่ในถิ่นกำเนิดทั้งหลาย ใครหนอแลที่ถูกยกย่องว่า มีความปรารถนาน้อยด้วยตน และบอกสอนความปรารถนาน้อยแก่ภิกษุทั้งหลาย.
แม้ภิกษุก็พากันกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ท่านพระปุณณมันตานีบุตรนามว่าปุณณะ พระเจ้าข้า.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที