เปรียบเหมือนโคผู้อาชาไนยที่เขาเทียมไถแล้วไม่เห็นแก่ความเหนื่อยยาก ในรอยไถที่มีรากหญ้าเป็นฟ่อนๆ เป็นต้น เดิน เปลี่ยนรอยไถไปข้างโน้นบ้าง ข้างนี้บ้าง จนแสดงถึงการปรับเข้าในแนวไถได้ราบเสมอฉันใด แม้วันและคืนทั้งหลายย่อมละคือผ่านเราไปได้โดยยากฉันนั้น.

ท่านกล่าวถึงเหตุในข้อนั้นไว้ว่า สุเข ลทฺเธ นิรามิเส เมื่อเราได้ความสุขอันไม่เจือด้วยอามิส ดังนี้. อธิบายว่า เพราะเหตุที่ความสุขคือผลสมาบัติ อันไม่เจือด้วยอามิสคือกามอามิสคือโลกและอามิสคือวัฏฏะ อันสงบระงับ ประณีต เราได้แล้ว.

ก็บทนี้เป็นสัตตมีวิภัตติ แต่ลงในอรรถแห่งปฐมาวิภัตติ. เหมือนอย่างในประโยคว่า วนปคุมฺเพ (พุ่มไม้) และในประโยคว่า เตน วต เร วตฺตพฺเพ (เรื่องที่จะพึงกล่าวอื่นยังมีอยู่อีก) ดังนี้

อีกอย่างหนึ่ง ท่านกล่าวว่า เมื่อเราได้ความสุขอันไม่เจือด้วยอามิส ดังนี้ ก็โดยพิจารณาว่า จำเดิมแต่นั้น วันและคืนก็ผ่านไปโดยยาก ดังนี้.

เล่มที่ ๒๖ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ-เถร-เถรีคาถา๒,๕๕๗

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๖. เพลัฏฐสีสเถรคาถา”