บทว่า อสิโต ตัดบทเป็น น สิโต แปลว่าไม่ติดอยู่ คือเว้นจากกิเลสเป็นที่อาศัย คือตัณหาและทิฏฐิ หรือไม่ผูกพัน ด้วยกิเลสเครื่องผูกพันแม้ไรๆ เพราะถอนสังโยชน์กล่าวคือกิเลสเป็นเครื่องผูกพันทั้งหมดได้.
ต่อแต่นั้น เทวดาและมนุษย์แม้ทั้งปวงก็พากันนอบน้อมพระควัมปติผู้ชื่อว่าไม่หวั่นไหว เพราะไม่มีกิเลสเครื่องหวั่นไหวทั้งหลาย ผู้ผ่านพ้นเครื่องข้องทั้งปวงนั้น คือผู้เช่นนั้น ชื่อว่าผู้พ้นเครื่องข้องทั้งปวง เพราะก้าวล่วงธรรมเป็นเครื่องข้องคือ ราคะ โทสะ โมหะ มานะและทิฏฐิเสียได้แล้วตั้งอยู่ ชื่อว่าเป็นมหามุนี เพราะเป็นมุนีผู้อเสกขะ ต่อแต่นั้น ชื่อว่าเป็นผู้ถึงฝั่งแห่งภพ เพราะถึงพระนิพพานอันเป็นฝั่งแห่งภพแม้ทั้งสิ้น อันต่างด้วยกามภพและกรรมภพเป็นต้น.
บทว่า เทวา นมสฺสนฺติ ความว่า แม้เทวดาทั้งหลายยังนอบน้อม จะป่วยกล่าวไปไยถึงสัตว์นอกนี้.
ในเวลาจบพระคาถา ธรรมาภิสมัยได้มีแก่หมู่ชนเป็นอันมาก.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที