พระเถระฟังพระคาถานั้นแล้ว เป็นผู้มีใจสังเวช หมั่นขวนขวายในวิปัสสนาอยู่แล้ว. พระศาสดาทรงทราบอัธยาศัยของท่านแล้ว ทรงแสดงติสสเถรสูตร ในสังยุตตกนิกาย. ในเวลาจบเทศนา พระเถระดำรงอยู่ในพระอรหัตผลแล้ว.

สมด้วยคาถาประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า ๑-

เราเสวยยศทั้งสองอย่าง ในเทวโลกและมนุษยโลก ในอวสาน เราได้บรรลุศิวโมกข์มหานฤพานอันยอดเยี่ยม บุรุษใดประสบบุญ เพราะเจาะจงพระสัมมาสัมพุทธเจ้าหรือโพธิพฤกษ์ ของพระศาสดาพระองค์นั้น สำหรับบุรุษเช่นนั้น สิ่งอะไรเล่าที่เขาจะหาได้ยาก เขาย่อมเป็นผู้ยิ่งใหญ่กว่าคนอื่นๆ ในเพราะมรรคผลนิกายเป็นที่มา และคุณคือฌานและอภิญญา ไม่มีอาสวะ ย่อมปรินิพพาน.

เมื่อก่อนเรามีใจยินดี เก็บเอาใบโพธิ์ไปทิ้ง จึงเป็นผู้เพียบพร้อมด้วยองค์ ๒๐ ประการนี้ทุกทิพาราตรีกาล เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ฯลฯ คำสอนของพระพุทธเจ้า เรากระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้. ____________________________ ๑- ขุ. อ. เล่ม ๓๓/ข้อ ๑๑๘

เล่มที่ ๒๖ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ-เถร-เถรีคาถา๒,๗๓๕

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๙. ติสสเถรคาถา”