สมดังคาถาประพันธ์ที่ท่านกล่าวไว้ในอปทานว่า
เราเข้าป่าชัฏ สงัดเสียง ไม่อาดูร ได้ถวายอาสนะอันสมควรแก่พระพุทธเจ้าผู้สีหะแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าอัตถทัสสี ผู้คงที่ เราถือดอกไม้กำหนึ่งแล้วทำประทักษิณพระองค์ เข้าเฝ้าพระศาสดาแล้ว กลับมุ่งหน้าไปทางทิศอุดร ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นจอมประชา เชษฐบุรุษของโลกประเสริฐกว่านระ ด้วยกรรมนั้น ข้าพระองค์ยังตนให้ดับ (กิเลส) ถอนภพได้ทั้งหมดแล้ว ในกัปที่ ๑,๘๐๐ ข้าพระองค์ได้ถวายทานใดในกาลนั้น ด้วยกรรมนั้นข้าพระองค์ไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการถวายสีหาสนะ
ในกัปที่ ๗๐๐ แต่ภัทรกัปนี้ ข้าพระองค์ได้เป็นพระเจ้าจักรพรรดิ จอมกษัตริย์พระนามว่าสันนิพาปกะ สมบูรณ์ด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพลมาก เราเผากิเลสทั้งหลายแล้ว ฯลฯ คำสอนของพระพุทธเจ้า เรากระทำสำเร็จแล้ว ดังนี้.
ก็เมื่อพระเถระครั้นบรรลุพระอรหัตแล้ว ยังคงอยู่ที่กระท่อมนั้น มนุษย์ทั้งหลายผู้อยากจะดูวิหาร เพราะกระท่อมเป็นสถานที่ๆ น่ารื่นรมย์มาจากที่นั้นๆ ดูชมกระท่อม.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที