บทว่า เกตุหา แปลว่า ละเสียซึ่งมานะ. อธิบายว่า ชื่อว่าเกตุ ด้วยอรรถว่าเป็นดุจธง เพราะมีการถือตัว (จองหอง) เป็นลักษณะ. จริงอย่างนั้น มานะนั้นท่านกล่าวว่า มีความประสงค์จะยกตนให้สูงเป็นเครื่องปรากฏ.

บทว่า เกตุนาเยว ได้แก่ ด้วยปัญญานั่นเอง. อธิบายว่า ปัญญา ชื่อว่าเป็นธงของพระอริยเจ้าทั้งหลาย เพราะอรรถว่าสูงยิ่งในบรรดาธรรมอันหาโทษมิได้ทั้งหลาย และเพราะอรรถว่าถึงก่อน ด้วยการย่ำยีเสนามาร ด้วยเหตุนั้น บัณฑิตจึงกล่าวว่า ธมฺโม หิ อิสินํ ธโช ก็ธรรมเป็นธงชัยของฤาษีทั้งหลาย.

บทว่า มหาเกตุํ ปธํสยิ ความว่า กิเลสธรรมทั้งหลาย ชื่อว่าใหญ่ เพราะมีอารมณ์มาก และชื่อว่ามีมานะมากมายหลายประการ เพราะต่างโดยมานะมีมานะว่า เราประเสริฐกว่า และมานะเพราะชาติเป็นต้น และกิเลส ธรรมเหล่านี้ ชื่อว่ามหาเกตุ ด้วยอรรถว่าเป็นดุจธง เพราะอรรถว่ายังมานะนั้นให้ยกขึ้น ได้แก่มารผู้ลามก ท่านได้ครอบงำมารนั้น ทำให้หมดพยศ ด้วยการกำจัดพลแห่งมาร และก้าวล่วงวิสัยแห่งมารเสียได้.

พระเถระ เมื่อจะแสดงตนเป็นเหมือนคนอื่น พยากรณ์พระอรหัตผล โดยการอ้างพระอรหัตผลว่า ทำลายธงใหญ่ คือกิเลสได้ด้วยปัญญา ดังนี้. จบอรรถกถาวิมลโกณฑัญญเถรคาถา

เล่มที่ ๒๖ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ-เถร-เถรีคาถา๒,๙๒๗

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๔. วิมลโกณฑัญญเถรคาถา”