บทว่า สยมาโนปิ ความว่า แม้นอนอยู่ คือว่าเมื่อเท้าทั้งสองข้างไม่นำมา ถึงจะนอนเกลือกกลิ้งไปมาอยู่ที่พื้นดินด้วยอกและด้วยเข่าทั้งสอง ก็จะไปเอง.

บทว่า น สหาเยน ปาปเกน ประกอบความว่า จักไม่ไปกับคนลามกผู้เป็นสหายเช่นท่าน.

ปาลิตสามเณรฟังดังนั้นแล้วเกิดความสลดใจ คิดว่า กรรมอันมีโทษสาหัส หนักมากหนอ อันเรากระทำแล้วดังนี้ ประคองแขนทั้งสองร้องไห้คร่ำครวญ วิ่งเข้าชัฏป่าไปแล้ว.

ครั้งนั้น บัณฑุกัมพลศิลาอาสน์ (ของท้าวสักกะ) แสดงอาการเร่าร้อนด้วยเดชแห่งศีลของพระเถระ ด้วยเหตุนั้น ท้าวสักกะทรงทราบเหตุนั้นแล้วเสด็จไปยังสำนักของพระเถระ ให้พระเถระรู้จักพระองค์ดุจคนเดินทางไปกรุงสาวัตถี ถือปลายไม้เท้า ย่นหนทางแล้วนำพระเถระไปในพระนครสาวัตถี ในตอนเย็นวันนั้นเอง แล้วนิมนต์ให้พระเถระนั่งพักบนแผ่นกระดานในบรรณศาลาที่จูลปาลิตกุฏุมพีสร้างไว้ใกล้พระเชตวันนั้นแล้ว (บอก) ให้พระเถระรู้ความที่ตนมาแล้วโดยเพศแห่งสหาย (ผู้ร่วมทาง) ของท่านแล้วเสด็จหลีกไป.

เล่มที่ ๒๖ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ-เถร-เถรีคาถา๓,๑๗๕

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๕. จักขุปาลเถรคาถา”