ท่านกล่าวอธิบายไว้ว่า

ถึงแม้ว่า บุคคลจะเป็นผู้ชื่อว่ามีวิชชา ๓ เพราะบรรลุวิชชา ๓ เหล่านี้ คือ ทิพยจักขุญาณ บุพเพนิวาสญาณ (และ) อาสวักขยญาณ ต่อแต่นั้น ก็ชื่อว่าเป็นผู้ไม่มีอาสวะ เพราะอาสวะทั้งหลายมีกามาสวะเป็นต้นสิ้นไปรอบแล้วโดยประการทั้งปวง.

ชื่อว่าละมัจจุแล้ว เพราะไม่มีความตาย โดยที่ไม่ต้องถือเอาภพใหม่อีกต่อไป

แม้เมื่อเป็นเช่นนั้น คนพาลทั้งหลาย คือบุคคลผู้มีปัญญาทราม ย่อมดูหมิ่นบุรุษผู้สูงสุดนั้น แม้ถึงได้บรรลุประโยชน์ของตนที่กุลบุตรทั้งหลายผู้ออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิต มุ่งหมายโดยชอบทีเดียว ว่าเป็นผู้ไม่มีชื่อเสียง ไม่มีนามปรากฏ เพราะไม่มีลาภที่เกิดขึ้นว่าเป็นผู้กล่าวสอนเรื่องธุดงค์ เป็นพหูสูต เป็นพระธรรมกถึก.

เล่มที่ ๒๖ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ-เถร-เถรีคาถา๓,๔๐๔

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๕. อชินเถรคาถา”