ก็น้ำนั่นแลในคาถานี้ ท่านเรียกว่า โอทกัง เหมือนอย่างใจนั่นแลท่านเรียกว่า มานัส.

บทว่า อถ ปาปานิ กมฺมานิ กรํ พาโล น พุชฺฌติ ความว่า เมื่อสงสารแม้เป็นของไม่เที่ยงมีอยู่อย่างนี้ คนพาลทำกรรมอันลามกด้วย สามารถแห่งความโลภหรือด้วยสามารถแห่งความโกรธ แม้เมื่อกระทำก็ไม่รู้ตัวและกำลังกระทำความชั่วอยู่ จะไม่รู้ว่าเราทำชั่วอยู่ย่อมไม่มี แต่เพราะไม่รู้ว่ากรรมนี้ มีทุกข์เป็นวิบากเห็นปานนี้ ดังนี้ ท่านจึงกล่าวว่า น พุชฺฌติ ย่อมไม่รู้ตัว ดังนี้.

บทว่า ปจฺฉาสฺส กฏุกํ โหติ ความว่า แม้ถ้าในขณะที่สั่งสมกรรมอันลามกนั้น จะไม่รู้ว่า กรรมนี้มีผลอย่างนี้ แต่ภายหลังจากนั้น ทุกข์อันเผ็ดร้อน ไม่น่าปรารถนานั่นแหละจะมีแก่คนพาลนั้นผู้บังเกิดในอบายภูมิมีนรกเป็นต้น. เพราะบาปกรรมนั้นมีผลเลวทราม คือเพราะขึ้นชื่อว่ากรรมอันลามกนั้นมีผลลามก เลวทราม ไม่น่าปรารถนานั่นเอง.

ก็น้องชายของพระเถระครั้นฟังโอวาทนี้แล้ว ทูลลาพระราชา บวชแล้ว ยังประโยชน์ตนให้สำเร็จแล้ว ต่อกาลไม่นานนัก. จบอรรถกถาเหรัญญกานิเถรคาถา

เล่มที่ ๒๖ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ-เถร-เถรีคาถา๓,๔๘๔

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. เหรัญญิกานิเถรคาถา”