ด้วยบุญกรรมนั้น เขาท่องเที่ยวไปในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย บังเกิดในตระกูลพราหมณ์ กรุงราชคฤห์ ในพุทธุปบาทกาลนี้ ได้นามว่าจูฬกะ เจริญวัยแล้วได้ความเลื่อมใสในพระศาสดา ในคราวที่ทรงทรมานช้างชื่อธนบาล บวชแล้วบำเพ็ญสมณธรรมอยู่ในถ้ำอินทสาระ.

วันหนึ่ง ท่านนั่งอยู่ที่ประตูถ้ำ แลดูนาของชาวมคธ. ในขณะนั้น เมฆที่ยังฝนให้ตกตามฤดูกาล ส่งเสียงร้องดังก้องไพเราะ หนาตั้งร้อยชั้นพันชั้น ยังฝนให้ตกเต็มทั่วท้องฟ้า งามสกาวเหมือนยอดอัญชันและฝูงนกยูงฟังเสียงเมฆคำรน พากันร่าเริงยินดี ส่งเสียงร่ำร้องรื่นรมย์ พากันเที่ยวรำแพนไปในประเทศนั้นๆ.

ในเมื่อกรชกายสงบระงับแล้ว เพราะความร้อนในฤดูร้อนผ่านไปโดยสัมผัสแห่งลมฝน ทำให้ห้องอันเป็นที่อยู่แม้ของพระเถระถึงความเยือกเย็น จิตก็เป็นเอกัคคตารมณ์ เพราะได้ฤดูเป็นที่สบาย หยั่งลงสู่แนวกรรมฐาน.

พระเถระรู้ดังนั้นแล้ว เมื่อจะยังจิตให้มีอุตสาหะในภาวนา โดยมุขคือการแสดงความถึงพร้อมแห่งกาลเป็นต้น ได้กล่าวคาถา ๒ คาถาความว่า

เล่มที่ ๒๖ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ-เถร-เถรีคาถา๓,๗๖๙

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๖. จูฬกเถรคาถา”