บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า นนฺทมานาคตํ จิตฺตํ ความว่า จิตมาสู่ความเพลิดเพลิน ได้แก่จิตที่ยินดีเพลิดเพลินภพนั้นๆ แห่งตัณหาอันเป็นตัวเหตุแห่งความยินดีเพลิดเพลินในภพนั้นๆ มาถึงความยินดี ความเพลิดเพลิน จากภพนั้นไปสู่ภพนี้.

บทว่า สูลมาโรปมานกํ ความว่า จิตอันกรรมกิเลสทั้งหลายยกขึ้นสู่ภพนั้นๆ อันชื่อว่าหลาว เพราะเป็นเช่นกับหลาว โดยฐานะเป็นที่เกิดแห่งทุกข์ตลอดกาลมีประมาณเท่านี้.

บทว่า เตน เตเนว วชสิ เยน สูลํ กลิงฺครํ ความว่า ภพกล่าวคือหลาว และกามคุณกล่าวคือท่อนไม้ อันได้นามว่าเขียงสำหรับสำเร็จโทษมีอยู่ในฐานะใดๆ ท่านจะดำเนินไป คือเข้าถึงฐานะนั้นๆ แหละด้วยบาปจิตนั้นๆ ทีเดียว ได้แก่ไม่กำหนดความฉิบหายของตน.

บทว่า ตาหํ จิตฺตกลึ พฺรูมิ ความว่า เพราะฉะนั้น เราจึงกล่าวธรรมนั้นว่า เป็นโทษของจิต คือเป็นกาลกรรณีของจิต เพราะเป็นความประมาท คือเราจะกล่าว คือจะบอกซ้ำถึงธรรมนั้น ว่าเป็นเครื่องประทุษร้ายจิต คือบ่อนทำลายจิต เพราะนำมาซึ่งความฉิบหายแก่สันดานอันมีอุปการะมากแก่ตน กล่าวคือจิต.

เล่มที่ ๒๖ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ-เถร-เถรีคาถา๓,๗๗๘

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๗. อนูปมเถรคาถา”