แม้ท่านพระอังคณิกภารทวาชเถระนี้ก็ได้ทำบุญญาธิการไว้แล้วในพระพุทธเจ้าองค์ก่อนๆ เมื่อสั่งสมบุญที่เป็นอุปนิสัยแห่งวิวัฏฏะในภพนั้นๆ ในกัปที่ ๓๑ นับถอยหลังแต่กัปนี้ไป ได้ถือกำเนิดในคฤหาสน์ผู้มีสกุล ในกาลของพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงพระนามว่าสิขี รู้เดียงสาแล้ว อยู่มาวันหนึ่งได้เห็นพระศาสดาเสด็จบิณฑบาต มีใจเลื่อมใส ประคองอัญชลี ไหว้ด้วยเบญจางคประดิษฐ์.
ด้วยบุญกรรมอันนั้น ท่านท่องเที่ยวไปมาในเทวโลกและมนุษยโลก ในพุทธุปบาทกาลนี้ ได้ถือกำเนิดในคฤหาสน์ของพราหมณ์ผู้มีสมบัติสมบูรณ์ ในพระนครอุกกัฏฐะ เจริญวัยแล้ว ได้นามว่าอังคณิกภารทวาชะ เรียนสำเร็จวิชาและศิลปะทั้งหลาย บวชเป็นปริพาชก เพราะมีอัธยาศัยในเนกขัมมะ ประพฤติอมรตบะ (ตบะเพื่อไม่ตาย) ท่องเที่ยวไปมาในที่นั้นๆ ได้เห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากำลังเสด็จจาริกชนบท มีใจเลื่อมใส สดับพระธรรมเทศนาในสำนักของพระศาสดา แล้วละการถือผิดนั้น บวชในพระศาสนา บำเพ็ญวิปัสสนากรรมฐาน ไม่นานเลยก็ได้เป็นพระขีณาสพผู้มีอภิญญา ๖.
ด้วยเหตุนั้น ในคัมภีร์อปทานท่านจึงได้กล่าวไว้ว่า ๑-
ข้าพเจ้าผู้ชื่อว่าสุมนะ มีจิตเลื่อมใสแล้ว ขอวันทาพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐสุด ทรงพระนามว่าเวสสภู ผู้ประเสริฐ องอาจกล้าหาญ ทรงมีชัยชนะ ในกัปที่ ๓๑ แต่ภัทรกัปนี้ ข้าพเจ้าได้ทำกรรมใดไว้ในกาลครั้งนั้น เพราะกรรมนั้น ข้าพเจ้าจึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้คือผลแห่งการวันทา.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที