ก็สมัยนั้น พระศาสดาประทับนั่งที่ศาลาของนายธนิยะช่างหม้อ ทรงแสดงฉธาตุวิภังคสูตรแก่กุลบุตรชื่อปุกกุสาติ. เขาได้ฟังพระสูตรนั้นแล้ว ได้สำเร็จกิจ.
(ส่วน) นายธนิยะได้ทราบว่า ท่านปุกกุสาตินั้นปรินิพพานแล้ว กลับได้ศรัทธา ด้วยคิดว่า พระพุทธศาสนานี้นำออกไป (จากวัฏฏะ) จริงหนอ ถึงแม้ด้วยการอบรมคืนเดียวก็สามารถพ้นจากวัฏฏทุกข์ได้ ดังนี้ บวชแล้วขยันแต่งกุฎีอยู่ ถูกพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตำหนิ เพราะอาศัยการสร้างกุฏี จึงอยู่ที่กุฏีของสงฆ์ เจริญวิปัสสนาแล้วได้บรรลุพระอรหัตผล.
ด้วยเหตุนั้น ท่านจึงได้กล่าวไว้ในคัมภีร์อปทานว่า ๑-
ข้าพเจ้าได้เห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้มีพระฉวีวรรณประดุจสีทอง ทรงรับสิ่งของที่เขาบูชาอยู่ ผู้ทรงเป็นนายกโลกกำลังเสด็จไปทางปลายป่าใหญ่ และข้าพเจ้าได้ถือเอาดอกเลา เดินออกไป ทันใดนั้นก็ได้เห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงข้ามโอฆะได้แล้วหาอาสวะมิได้ ณ ที่นั้น ได้มีจิตเลื่อมใสดีใจ จึงได้บูชาพระองค์ผู้มหาวีระ ผู้ทรงเป็นทักขิไณยบุคคล ทรงอนุเคราะห์สัตวโลกทุกถ้วนหน้า.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที