ด้วยบุญกรรมนั้น ท่านท่องเที่ยวไปมาในเทวโลกและมนุษยโลก มาในพุทธุปบาทกาลนี้ ถือกำเนิดในตระกูลศากยราชมีพระนามที่ได้กำหนดไว้โดยเฉพาะแล้ว ด้วยสามารถแห่งพระโคตรว่าโคตมะ นั่นเอง ทรงเจริญวัยแล้ว ในคราวชุมนุมพระญาติของพระศาสดา ได้ศรัทธาผนวชแล้ว บำเพ็ญวิปัสสนากรรมฐาน ได้เป็นพระอริยบุคคลผู้มีอภิญญา ๖.
ด้วยเหตุนั้น ในอปทานท่านจึงได้กล่าวไว้ว่า ๑-
เมื่อประชาชนพากันถวายพระเพลิงพระพุทธสรีระของพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่าสิขี ผู้ทรงเป็นเผ่าพันธุ์ของชาวโลก ข้าพเจ้าได้โปรยดอกจำปา ๘ ดอกบูชาเชิงตะกอน ในกัปที่ ๓๑ นับถอยหลังแต่กัปนี้ไป เพราะเหตุที่ข้าพเจ้าได้โปรยดอกไม้บูชา จึงไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผลแห่งการบูชาเชิงตะกอน. กิเลสทั้งหลายข้าพเจ้าเผาแล้ว ฯลฯ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ข้าพเจ้าได้บำเพ็ญแล้ว. ____________________________ ๑- ขุ. อ. เล่ม ๓๓/ข้อ ๕๒
อนึ่ง ท่านครั้นเป็นพระอริยบุคคลผู้มีอภิญญา ๖ แล้ว เมื่อพักผ่อนอยู่ด้วยวิมุตติสุข วันหนึ่งถูกพระญาติทั้งหลายตรัสถามว่า เหตุไฉน ท่านจึงละทิ้งพวกเราไปบรรพชา.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที