บทว่า วิชานนฺติ จ เย ธมฺมํ อาตุเรสุ อนาตุรา ความว่า ก็ชนเหล่าใดย่อมรู้ตามความเป็นจริงซึ่งศาสนธรรมของพระศาสดา ชนเหล่านั้น เมื่อสัตว์ทั้งหลายพากันเดือดร้อนเพราะโรคคือกิเลส เป็นผู้ไม่เดือดร้อนหมดกิเลส ไม่มีทุกข์อยู่. อธิบายว่า ความวิวาทย่อมสงบโดยสิ้นเชิงด้วยอำนาจแห่งชนเหล่านั้น.

บทว่า ยํ กิญฺจิ สิถิลํ กมฺมํ ความว่า กุศลกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งอันกระทำการถือเอาโดยการกระทำย่อหย่อน คือกระทำแล้วประกอบด้วยความย่อหย่อน.

บทว่า สงฺกิลิฏฺฐํ ได้แก่ การสมาทานวัตรอันเศร้าหมอง ด้วยการเที่ยวไปในที่อโคจรมีหญิงแพศยาเป็นต้น หรือด้วยมิจฉาชีพมีการล่อลวงเป็นต้น.

บทว่า สงฺกสฺสรํ ความว่า พึงระลึกด้วยความรังเกียจ คือคนอื่นพึงได้ยินกรรมอันไม่สมควรอย่างใดอย่างหนึ่งในวิหารแล้ว ไม่รังเกียจว่าคนโน้นทำมิใช่หรือ หรือเห็นสงฆ์แม้ประชุมกันด้วยอำนาจกิจอย่างใดอย่างหนึ่ง มีกิจคืออุโบสถเป็นต้นแล้วระลึก รังเกียจ ระแวงด้วยความ ระแวงของตนอย่างนี้ว่า ชนเหล่านี้รู้ความประพฤติของเราเป็นแน่ มีความประสงค์จะยกวัตรเราจึงประชุมกัน.

เล่มที่ ๒๖ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ-เถร-เถรีคาถา๔,๐๐๒

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. สภิยเถรคาถา”