เหมือนอย่างว่า อัตภาพมีทองสีแดงเป็นเครื่องประดับ แม้ศิลปาจารย์ผู้ชำนาญประดิษฐ์แล้ว ขจิตด้วยมณีรัตนะอันรุ่งเรืองด้วยข่ายมีรัศมีต่างๆ ย่อมงดงาม มิใช่งดงามอย่างเดียวฉันใด อัตภาพที่พรั่งพร้อมทั่วสรรพางค์แม้งามโดย ๔ แง่ อันเขาประดับดีสดใสแล้วเทียว ย่อมงดงาม มิใช่งดงามอย่างเดียวก็ฉันนั้น.
ด้วยเหตุนั้น พระเถระจึงแสดงความงดงามอย่างวิเศษอันนำมาของเทวดานั้น ด้วยบทว่า อลงฺกเต นี้ แสดงความงดงามวิเศษอันไม่นำมา ด้วยบทว่า โอภาสสิ นี้. โดยทำนองอย่างนั้น พระเถระแสดงความงดงามอย่างยิ่งที่มีปัจจัยอันเป็นไปอยู่ [ปัจจุบัน] เป็นเครื่องหมาย ด้วยบทต้น ที่มีปัจจัยล่วงแล้ว [อดีต] เป็นเครื่องหมาย ด้วยบทหลัง หรือว่า พระเถระแสดงว่า เทวดานั้นถึงพร้อมด้วยวัตถุเครื่องใช้สอย ด้วยบทต้น แสดงว่า เทวดานั้นถึงพร้อมด้วยวัตถุของผู้ใช้สอย ด้วยบทหลัง.
ในเรื่องนี้ ถามว่า ก็วิมานนั้นเป็นพาหะที่เทียมสัตว์ หรือเป็นพาหะที่ไม่เทียมสัตว์.
ตอบว่า แม้หากว่า ในเทวโลก รถวิมานทั้งหลาย แม้ก็เป็นพาหะเทียมสัตว์ เพราะบาลีเป็นต้นว่า สหสฺสยุตฺตํ อาชญฺญรถํ รถม้าเทียมม้า ๑,๐๐๐ ตัว. แต่เหล่านั้นเป็นเทพบุตรทั้งนั้น แสดงตัวโดยรูปเป็นพาหะในเวลาทำกิจ [หน้าที่] เหมือนเอราวัณเทพบุตรแสดงตัวโดยรูปเป็นช้าง ในเวลาเล่นกีฬา. ก็วิมานนี้ และวิมานเช่นนี้อันอื่น พึงเห็นได้ว่า เป็นพาหะที่ไม่เทียมสัตว์.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที