บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า พุทฺธมปฺปเมยฺยํ อนุสฺสร ปสนฺโน ความว่า พระผู้มีพระภาคเจ้า ชื่อว่าพุทธะ เพราะไปปราศเด็ดขาดจากความหลับคืออวิชชาพร้อมทั้งวาสนา และเพราะเบิกบานแล้วด้วยความรู้. ชื่อว่าผู้มีพระคุณหาประมาณมิได้ เพราะไม่มีกิเลสมีราคะเป็นต้นอันเป็นเครื่องกระทำประมาณ เพราะเป็นผู้เพียบพร้อมด้วยพระคุณหาประมาณมิได้ และเพราะเป็นเนื้อนาบุญอันหาประมาณไม่ได้. มีความเลื่อมใส คือมีใจเลื่อมใสด้วยความเลื่อมใสยิ่งอันมีความเชื่อเป็นลักษณะ จงระลึกถึงคือจงยังสติอันมีพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์ ให้เป็นไปเนืองๆ โดยนัยมีอาทิว่า แม้เพราะเหตุนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้นเป็นพระอรหันต์ ตรัสรู้ด้วยพระองค์เองโดยชอบ ท่านจักเป็นผู้มีสรีระอันปีติถูกต้องแล้ว.
บทว่า สตตมุทคฺโค ความว่า ท่านเมื่อระลึกถึงอยู่นั่นแล เป็นผู้มีสรีระอันปีติซึ่งมีลักษณะซาบซ่านถูกต้องแล้วเนืองๆ คือทุกๆ กาล คือเป็นผู้มีสรีระถูกท่วมทับด้วยรูปอันประณีตซึ่งมีปีติเป็นสมุฏฐาน พึงมีใจเบิกบานด้วยอุเพงคาปีติ และสามารถทำกายให้ลอยขึ้นสู่อากาศได้ พึงเสวยปีติและโสมนัสอันยิ่ง มีพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์ด้วยพุทธานุสสติ อันเป็นเหตุจักไม่ให้แม้แต่ความหิวและความกระหายครอบงำได้ ประดุจความหนาวและร้อนครอบงำไม่ได้ฉะนั้น.
บทว่า ธมฺมํ ได้แก่ โลกุตรธรรมอันประเสริฐ.
บทว่า สงฺฆํ ได้แก่ พระสงฆ์ผู้บรรลุประโยชน์อย่างยิ่ง ซึ่งเป็นอริยสงฆ์.
อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที