บทว่า ปจฺจเวกฺขึ อิมํ กายํ ความว่า เราได้พิจารณาโดยเฉพาะ คือเห็นด้วยญาณจักษุซึ่งกรัชกายนี้ ชื่อว่าไร้ประโยชน์ เพราะเว้นจากความเที่ยงและแก่นสาร ชื่อว่าทั้งภายในและภายนอก เพราะจำแนกออกเป็นสันดานตนและสันดานคนอื่น.

ก็เพื่อจะแสดงวิธีการที่เราพิจารณาเห็น จึงกล่าวคำมีอาทิว่า สรีระของเรานี้ฉันใด ดังนี้.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยถา อิทํ ตถา เอตํ ความว่า อสุภกล่าวคือสรีระของเรานี้ แสดงกิริยาอันเปรียบด้วยมายาต่างๆ ชนิด เพราะอายุ ไออุ่นและวิญญาณยังไม่ปราศจากไปฉันใด สรีระที่ตายแล้วนี้ก็ฉันนั้นเหมือนกัน ได้มีแล้วเพราะธรรมเหล่านั้นยังไม่ปราศจากไปในกาลก่อน. สรีระที่ตายแล้วในบัดนี้นั้น ไม่แสดงกิริยาไรๆ เพราะธรรมเหล่านั้น (คือ อายุ ไออุ่นและวิญญาณ) ปราศจากไปฉันใด แม้สรีระของเรานี้ก็ฉันนั้นจักพินาศไปเป็นแท้ เพราะธรรมเหล่านั้นปราศจากไป.

เหมือนอย่างว่า บัดนี้ สรีระของเรานี้ยังไม่ตาย ยังไม่นอนในป่าช้า คือยังไม่เข้าถึงภาวะของศพที่พองขึ้นเป็นต้นฉันใด แม้สรีระที่ตายแล้วในบัดนี้นั่นก็ฉันนั้น ในกาลก่อนได้มีแล้ว.

เล่มที่ ๒๖ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ-เถร-เถรีคาถา๔,๓๐๙

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๔. กุลลเถรคาถา”