เขากระทำบุญในหังสวดีนั้นจนตลอดชีวิต ท่องเที่ยวไปในเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าผุสสะ เกิดเป็นนกดุเหว่ามีขนปีกวิจิตรงดงาม คาบผลมะม่วงหวานจากพระราชอุทยานบินไป ได้เห็นพระศาสดา มีใจเลื่อมใส จึงเกิดความคิดว่าจักถวาย.

พระศาสดาทรงทราบความคิดของนกดุเหว่านั้น จึงทรงนั่งถือบาตร. นกดุเหว่าได้ใส่ผลมะม่วงสุกลงในบาตรของพระศาสดา. พระศาสดาเสวยผลมะม่วงสุกนั้น. นกดุเหว่านั้นมีใจเลื่อมใสจึงยับยั้งอยู่ตลอดสัปดาห์ ด้วยสุขอันเกิดจากปีตินั้น และด้วยบุญกรรมนั้นจึงเป็นผู้มีเสียงไพเราะ.

ก็ในกาลแห่งพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า เมื่อมหาชนปรารภจะสร้างพระเจดีย์ว่าจะสร้างขนาดไหน. เมื่อเขากล่าวว่าประมาณ ๗ โยชน์ ก็กล่าวว่าขนาดนั้นใหญ่เกินไป เมื่อใครๆ กล่าวว่า ๖ โยชน์ก็กล่าวว่าแม้ขนาดนั้นก็ใหญ่เกินไป เมื่อใครๆ กล่าวว่า ๕ โยชน์ ๔ โยชน์ ๓ โยชน์ ๒ โยชน์ดังนี้ ในคราวนั้น พระเถระนี้เป็นหัวหน้าช่างพูดขึ้นว่า มาเถิด ท่านผู้เจริญทั้งหลายควรจะทำให้ปฏิบัติได้สะดวกในอนาคต ดังนี้แล้วจึง เอาเชือกวงแล้วหยุดอยู่ในที่สุดคาวุตหนึ่ง จึงกล่าวว่า ด้านหนึ่งๆ ได้คาวุตหนึ่งๆ จักเป็นเจดีย์กลมโยชน์หนึ่ง สูงโยชน์หนึ่ง. ชนเหล่านั้นก็เชื่อถือถ้อยคำของหัวหน้าช่างนั้นๆ ได้กระทำขนาดประมาณแห่งพระพุทธเจ้าผู้หาประมาณมิได้ด้วยประการดังนี้แล. ก็ด้วยกรรมนั้น หัวหน้าช่างนั้นจึงเป็นผู้มีขนาดต่ำกว่าคนอื่นๆ ในที่ที่เกิดแล้วๆ.

ในกาลแห่งพระศาสดาของเราทั้งหลาย เขาบังเกิดในตระกูลที่มีโภคะมากในกรุงสาวัตถี. ได้มีชื่อว่าภัททิยะ แต่เพราะเป็นคนเตี้ยจึงปรากฏชื่อว่าลกุณฑกภัททิยะ.

เล่มที่ ๒๖ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ-เถร-เถรีคาถา๔,๔๖๘

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. ลกุณฏกเถรคาถา”