ความแก่รอบแห่งขันธ์ทั้งหลายชื่อว่าชรา. ความแตก (แห่งขันธ์ทั้งหลาย) ชื่อว่ามรณะ. ก็ธรรมดาที่มีความแก่และความตาย ในที่นี้ ท่านสงเคราะห์มุ่งถึงชราและมรณะ.

ในกาลใด บัณฑิตคือภิกษุในศาสนานี้ กำหนดรู้ทุกข์นั้นด้วยมรรคปัญญาที่สัมปยุตด้วยวิปัสสนาปัญญาว่า สิ่งนี้เป็นทุกข์, สิ่งมี ประมาณเท่านี้ เป็นทุกข์ ไม่มีสิ่งอื่นที่ยิ่งไปกว่าทุกข์นี้ ดังนี้ ในอุปาทานเบญจขันธ์ที่ปุถุชนทั้งหลายไม่รู้แจ้ง คือไม่รู้ตามความเป็นจริงว่า ความแก่และความตายนี้เป็นทุกข์ ดังนี้แล้วจมอยู่ คือผูกพันแนบแน่น เป็นผู้มีสติ คือมีสัมปชัญญะเพ่งพินิจอยู่ ด้วยลักขณูปนิชฌาน.

เมื่อนั้น ย่อมไม่ประสบคือไม่ได้ความยินดียิ่งไปกว่า คือสูงสุดกว่าความยินดีในวิปัสสนาและความยินดีในมรรคและผล.

ด้วยเหตุนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า :-

เล่มที่ ๒๖ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ-เถร-เถรีคาถา๔,๖๑๑

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “ภูตเถรคาถา”