ส่วนคนมีปัญญาทราม เพราะไม่ได้ปัญญา ย่อมทำประโยชน์ที่เป็นไปในทิฏฐธรรมและประโยชน์ที่เป็นไปในสัมปรายิกภพ ให้ฉิบหายไป แม้จะมีทรัพย์สมบัติ ก็เป็นอยู่ไม่ได้, เพราะได้รับการติเตียนเป็นต้น ชื่อว่าความเป็นอยู่ ย่อมไม่มีแก่เขา.

อีกอย่างหนึ่ง เพราะตนไม่รู้จักอุบาย ทรัพย์ตามที่สะสมไว้ก็ย่อมพินาศไป แม้ชีวิตก็ไม่สามารถเพื่อจะรักษาไว้ได้เลย. เพราะฉะนั้น จึงมีอธิบายว่า แม้ปาริหาริยปัญญา พวกท่านก็พึงให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทเถิด.

บัดนี้ เพื่อจะแสดงอานิสงส์แห่งปัญญา พระเถระจึงกล่าวคาถาที่ ๕ ว่า ปญฺญา สุตวินิจฺฉินี ดังนี้เป็นต้น.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปญฺญา สุตวินิจฺฉินี ความว่า ธรรมดาว่า ปัญญานี้นั้นเป็นเครื่องตัดสินสิ่งที่ตนฟังมาแล้ว คือตัดสินชี้ขาดในประโยชน์ที่ตนฟังมาแล้ว คือที่มาปรากฏทางโสตประสาท โดยใจความเป็นต้นว่า นี้เป็นอกุศล นี้เป็นกุศล นี้เป็นสิ่งมีโทษ นี้เป็นสิ่งไม่มีโทษดังนี้.

เล่มที่ ๒๖ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ-เถร-เถรีคาถา๔,๗๑๖

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. มหากัปปินเถรคาถา”