บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า วิชาเนยฺย สกํ อตฺถํ ความว่า บุรุษมีชาตินักรู้ พึงตรวจตราดูประโยชน์ของตนตามความเป็นจริงแล้ว พึงรู้. ก็เมื่อจะตรวจตรา พึงตรวจตราดูคำสั่งสอนของพระศาสดา คือคำสั่งสอนของพระศาสดา ที่สมณพราหมณ์ผู้เป็นปุถุชนทั้งหลาย และที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ในโลกนี้ คือการจะตรัสรู้. ได้แก่พึงดู คือพึงเห็นด้วยปัญญาจักษุ ซึ่งผู้ที่จะนำออกไปจากสงสาร.

จริงอยู่ สมณพราหมณ์ผู้เป็นเดียรถีย์ต่างๆ เหล่านี้เป็นผู้ยึดมั่นผิดซึ่งสังขารทั้งหลายที่ไม่เที่ยงว่าเที่ยง ซึ่งสิ่งซึ่งไม่ใช่ตัวตนว่าเป็นตัวตน และซึ่งหนทางที่ไม่บริสุทธิ์ว่าเป็นหนทางที่บริสุทธิ์ และเป็นผู้มีวาทะแย้งกันและกันเอง. เพราะฉะนั้น วาทะของสมณพราหมณ์เหล่านั้นจึงเป็นวาทะที่ไม่เที่ยงแท้แน่นอน.

ส่วนพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงรู้ทั่วด้วยความรู้ยิ่งตามความเป็นจริง ด้วยพระสยัมภูญาณว่า สังขารทั้งปวงไม่เที่ยง, ธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา, ความสงบคือพระนิพพานดังนี้ เพราะฉะนั้น วาทะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้นจึงเป็นวาทะที่เที่ยงแท้แน่นอน.

อธิบายว่า พึงตรวจตราดูคำสั่งสอนที่ยิ่งใหญ่ของพระศาสดาแล.

เล่มที่ ๒๖ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ-เถร-เถรีคาถา๔,๘๑๑

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๗. โคตมเถรคาถา”