ครั้นแสดงข้อปฏิบัติของตนด้วย ๕ คาถา โดยยกตนขึ้นแสดงอย่างนี้ บัดนี้เมื่อจะแสดงข้อปฏิบัตินั้นโดยอ้างถึงพระอรหัตผล จึงได้กล่าว ๔ คาถาโดยนัยมีอาทิว่า อวิตกฺกํ ดังนี้.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อวิตกฺกํ สมาปนฺโน ความว่า ถึงพร้อมซึ่งฌานมีทุติยฌานเป็นต้น อันเว้นแล้วจากวิตก.

ด้วยคำนั้น พระเถระกล่าวการบรรลุฌานมีทุติยฌานเป็นต้นด้วยตนเอง โดยอ้างถึงพระอรหัตผล ด้วยพรหมวิหารภาวนา ก็เพราะเหตุที่พระเถระกระทำฌานนั้นนั่นแลให้เป็นบาทแล้ว เจริญวิปัสสนาแล้วยึดเอาพระอรหัต โดยอาสนะเดียวนั่นเอง ฉะนั้นเมื่อจะแสดงความนั้นโดยอ้างเอาพระอรหัตผลนั่นแล จึงกล่าวว่า อวิตกฺกํ สมาปนฺโน ดังนี้แล้วกล่าวว่า สาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นผู้เข้าถึงความเป็นผู้นิ่งแบบพระอริยะในขณะนั้น.

ในข้อนั้น สมาบัติอันไม่มีวิตกไม่มีวิจาร เพราะไม่มีวจีสังขาร พระพุทธเจ้าทั้งหลายตรัสว่า เป็นความนิ่งแบบพระอริยะ. ก็สมาบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง ชื่อว่าเป็นความนิ่งแบบพระอริยะ เพราะพระบาลีว่า ภิกษุทั้งหลาย เมื่อพวกเธอประชุมกันพึงทำกิจ ๒ อย่าง คือเป็นผู้กล่าวธรรมหรือเป็นผู้นิ่งแบบพระอริยะ แต่ในที่นี้ ท่านประสงค์เอาสมาบัติอันสัมปยุตด้วยอรหัตผลอันประกอบด้วยฌานที่ ๔.

เล่มที่ ๒๖ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ-เถร-เถรีคาถา๔,๙๕๐

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๑. เรวตเถรคาถา”