บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เอวํ เม ภยชาตสฺส ความว่า พระศาสดาทรงเป็นผู้ต้านทาน คือทรงเป็นที่ต้านทานของโลกพร้อมทั้งเทวโลกผู้มีภัยคือการเกิดในสงสาร โดยประการดังกล่าวแล้วอย่างนี้ ผู้แสวงหาคือแสวงหาฝั่งคือพระนิพพาน จากที่มิใช่ฝั่ง คือจากสังสารวัฏอันมีภัยเฉพาะหน้าซึ่งเป็นฝั่งใน. ชื่อว่าทรงมีปัญญาเป็นอาวุธ เพราะมีปัญญา เครื่องตัดกิเลสเป็นอาวุธ. ชื่อว่าเป็นศาสดา เพราะทรงพร่ำสอนเหล่าสัตว์ด้วยทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน์เป็นต้นตามสมควร ผู้อันหมู่ฤาษีคือหมู่แห่งพระอริยบุคคลมีพระอัครสาวกเป็นต้นซ่องเสพ.

บทว่า โสปานํ ความว่า พระศาสดาทรงประทานบันไดกล่าวคือวิปัสสนา ชื่อว่าทอดไว้ดีแล้ว เพราะทรงกระทำไว้ดี คือเพราะปรุงแต่งด้วยเทศนาญาณ. ชื่อว่าบริสุทธิ์ เพราะเว้นจากอุปกิเลส. ชื่อว่าล้วนแล้วด้วยแก่นคือธรรมอันเป็นสาระมีศรัทธาและปัญญาเป็นต้น. ชื่อว่ามั่นคง เพราะไม่หวั่นไหวด้วยฝ่ายตรงกันข้าม แก่เราผู้ถูกห้วงน้ำใหญ่พัดไป ก็เมื่อจะประทานความปลอบใจว่า ด้วยวิธีนี้ เธอจักมีความสวัสดี จึงได้ตรัสว่า เธออย่ากลัว.

บทว่า สติปฏฺฐานปาสาทํ ความว่า เราใช้บันไดคือวิปัสสนานั้นขึ้นสู่ปราสาท คือสติปัฏฐานอันเพียบพร้อมด้วยภูมิ ๔ ด้วยคุณวิเศษ คือสามัญผล ๔ ที่จะพึงได้ด้วยกายานุปัสสนาเป็นต้น แล้วพิจารณาคือพิจารณาเฉพาะ ได้แก่รู้แจ้งสัจธรรม ๔ ด้วยมรรคญาณ.

บทว่า ยํ ตํ ปุพฺเพ อมญฺญิสฺสํ สกฺกายาภิรตํ ปชํ ความว่า

เล่มที่ ๒๖ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ-เถร-เถรีคาถา๕,๑๗๐

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. เตลุกานิเถรคาถา”