ด้วยคำนั้น ท่านจึงยกถึงการพิจารณาเห็นในสรีระนั้นว่า เป็นทุกข์ ขึ้นกล่าวไว้. ด้วยเหตุนั้น จึงยึดถือว่าเป็นตัวเป็นตนในเวทนาทั้งสอง เพราะคำว่า ความทุกข์เป็นอนัตตา ดังนี้เป็นต้น.

บทว่า อุภยนฺตเรน ความว่า ในระหว่างเวทนาทั้งสองคือในอทุกขมสุขเวทนาอันมีในท่ามกลางแห่งสุขเวทนาและทุกขเวทนา.

บทว่า นาโหสิ ความว่า ได้มีความยึดมั่นว่าเป็นตัวเป็นตน ในการตรัสรู้ตามความเป็นจริง.

บทว่า เกน โลกสฺมิ กึ สิยา ความว่า ภิกษุกำหนดรู้อุปาทานขันธ์ทั้ง ๕ โดยมุ่งถึงเวทนาอย่างนั้นแล้ว ถอนขึ้นเด็ดขาดซึ่งข่ายคือกิเลสทั้งสิ้นที่เนื่องด้วยอุปาทานขันธ์นั้นได้ดำรงอยู่ จะพึงติดอยู่ในโลกด้วยกิเลสชื่อไรเล่า.

เล่มที่ ๒๖ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ-เถร-เถรีคาถา๕,๖๔๔

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๒. สารีปุตตเถรคาถา”