พึงเพิ่มคำว่า อคฺถิ แปลว่า มีอยู่ลงไป.

ในบทนั้น แม้บุณฑริก ท่านก็ใช้ศัพท์ว่าปทุม. ดอกโกมุททุกชนิดทั้งประเภทสีขาวและแดง ท่านใช้ศัพท์ว่ากุมุท. ดอกอุบลสีแดงหรือดอกอุบลทุกชนิด ท่านใช้ศัพท์ว่าอุปปละ พึงทราบว่า นีลุปละ (บัวขาบ) เท่านั้น ท่านใช้ศัพท์ว่ากุวลยะ.

จ ศัพท์ ในบทว่า โยธิกพนฺธุกโนชกา จ สนฺติ เป็นเพียงนิบาต. อธิบายว่า มีดอกพุดซ้อน ดอกชบา ดอกอังกาบ. อาจารย์บางพวกกล่าวปาฐะว่า อโนชกาปิ สนติ มีดอกอังกาบ และกล่าวเป็นใจความว่า เป็นอันท่านกล่าวว่า อโนชกาปิ ดังนี้.

บทว่า สาลกุสุมิตปุปฺผิตา อโสกา พึงประกอบว่า ดอกรัง ดอกอโศกแย้มบานดังนี้.

เล่มที่ ๒๖ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ-เถร-เถรีคาถา๖๑๓

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๗. เสสวดีวิมาน”