บัดนี้ พระวังคีสะมีใจเลื่อมใสในพระศาสดาและในอุปัชฌาย์ของตน เมื่อจะประกาศอาการที่เลื่อมใส จึงกล่าวคาถาสุดท้ายว่า ตํ เทวเทวํ ดังนี้เป็นต้น.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ตํ เทวเทวํ วนฺทามิ ความว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เลิศกว่าสัตว์ ๒ เท้า ข้าพระองค์ขอถวายบังคมพระองค์ผู้เป็นเทพยิ่งกว่าเทพ เพราะเป็นเทพดา ผู้สูงสุดกว่าเทพแม้ทั้งหมดเหล่านั้น คือสมมติเทพ อุปปัตติเทพ วิสุทธิเทพ. จะถวายบังคมเฉพาะพระองค์อย่างเดียวเท่านั้นหามิได้ โดยที่แท้ ข้าพระองค์ขอไหว้พระนิโครธกัปปะด้วย ผู้ชื่อว่าอนุชาตบุตร เพราะเกิดแต่ธรรมอัน สมควรแก่การตรัสรู้สัจจะของพระองค์ ชื่อว่าผู้แกล้วกล้ามาก เพราะมีความเพียรมากโดยได้ชนะมาร ชื่อว่าผู้ประเสริฐ เพราะอรรถว่าไม่ทำชั่วเป็นต้น ชื่อว่าผู้เป็นโอรสคือบุตร เพราะมีชาติอันความพยายามให้เกิดแล้วที่พระอุระของพระองค์. .. อรรถกถา ขุททกนิกาย เถรคาถา สัฏฐิกนิบาต ๑. วังคีสเถรคาถา อ่านอรรถกถาหน้าต่างที่

พระมหาเถระ ๒๖๔ องค์เหล่านี้มีพระสุภูติเป็นองค์แรก มีพระวังคีสะเป็นองค์สุดท้าย ท่านยกขึ้นไว้ในพระบาลี ณ ที่นี้ด้วยประการฉะนี้ พระมหาเถระเหล่านั้นเป็นอย่างเดียวกันโดยความเป็นพระอเสขะ โดยเป็นผู้ถอดกลอนแล้ว โดยเป็นผู้มีความเห็นเข้ากันได้ โดยเป็นผู้ถอนเสาระเนียดขึ้นแล้ว โดยเป็นผู้ปลอดอุปสรรค โดยเป็นผู้มีทางไกลอันถึงแล้ว โดยเป็นผู้ปลงภาระแล้ว โดยเป็นผู้พรากได้แล้ว และโดยเป็นผู้มีธรรมเครื่องอยู่อันอยู่แล้วในอริยวาส ๑๐ ประการ เหมือนเป็นอย่างเดียวกัน โดยความเป็นสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า.

จริงอย่างนั้น พระมหาเถระเหล่านั้นละองค์ ๕ ประกอบด้วยองค์ ๖ มีธรรมเครื่องอารักขา ๑ มีธรรมเครื่องอิงอาศัย ๔ มีสัจจะ เฉพาะอย่างบรรเทาแล้ว มีการแสวงหา ๖๐ ประการอันเป็นไปร่วมกัน มีความดำริไม่ขุนมัว มีกายสังขารสงบระงับ มีจิตพ้นดีแล้ว และมีปัญญาพ้นดีแล้ว.

เล่มที่ ๒๖ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ-เถร-เถรีคาถา๖,๒๕๓

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “วังคีสเถรคาถา”