ในกาลแห่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระนามว่ากัสสปะ เกิดในตระกูลพราหมณ์ บวชเป็นปริพาชก ถือลัทธิเที่ยวไปผู้เดียวเที่ยวไปอยู่ วันหนึ่งเที่ยวภิกขาน้ำมัน ได้น้ำมันแล้วเอาน้ำมันนั้นทำการบูชาด้วยประทีป ตลอดคืนยังรุ่งที่เจดีย์ของพระศาสดา. เธอจุติจากอัตภาพนั้นแล้วเกิดในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เป็นผู้มีทิพยจักษุบริสุทธิ์ดี ท่องเที่ยวอยู่ในเทวโลกเท่านั้นตลอดพุทธันดรหนึ่ง ในพุทธุปปาทกาลนี้ เกิดในตระกูลพราหมณ์ กรุงสาวัตถี มีนามว่าสกุลา.

นางสกุลานั้นรู้ความแล้ว ได้ศรัทธาเป็นอุบาสิกาในคราวพระศาสดา ทรงรับพระวิหารเชตวัน เวลาต่อมาได้ฟังธรรมในสำนักของพระเถระขีณาสพองค์หนึ่ง เกิดสังเวช บวชแล้วเริ่มเจริญวิปัสสนา เพียรพยายามอยู่ไม่นานนักก็ได้บรรลุพระอรหัต

เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวไว้ในอปทานว่า

ในกัปที่หนึ่งแสนแต่ภัทรกัปนี้ พระพิชิตมารพระนามปทุมุตตระ ผู้ทรงรู้จบธรรมทั้งปวง ทรงเป็นนายกของโลก เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว พระองค์เป็นบุรุษอาชาไนย ประเสริฐกว่าบัณฑิตทั้งหลาย ทรงปฏิบัติเพื่อเกื้อกูล เพื่อความสุข เพื่อประโยชน์แก่สัตว์ทั้งปวง ในโลกกับทั้งเทวโลก พระองค์ทรงยศอันเลิศ มีพระสิริ ทรงมีเกียรติคุณฟุ้งเฟื่อง บูชากันทั่วโลก มีพระคุณปรากฏไปทุกทิศ.

เล่มที่ ๒๖ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ-เถร-เถรีคาถา๖,๖๒๖

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๗. สกุลาเถรีคาถา”