นายพรานปวารณาว่า บอกมาเถิด เจ้าข้า การใดพอจะทำได้ก็จักทำให้ทุกอย่าง.

อุปกาชีวกจึงบอกกล่าวถึงอัธยาศัยความในใจโดยปริยายทางอ้อมอย่างหนึ่ง.

นายพรานถามว่า ก็ท่านรู้ศิลปอะไรบ้างเล่า. เขาตอบว่า ไม่รู้เลย. นายพรานพูดว่า คนไม่รู้ศิลปอะไรๆ เลย จะอยู่ครองเรือนได้หรือเจ้าข้า. เขาตอบว่า ข้าน่ะ ไม่รู้ศิลปอะไรเลยจริงๆ แต่เอาเถิด ข้าพอจะแบกเนื้อและขายเนื้อได้บ้าง. นายพรานพูดว่า อย่างนี้ก็พอใจข้าแล้ว ส่งผ้านุ่งให้ผืนหนึ่ง ฝากให้อยู่เรือนของสหายตนชั่วเวลาเล็กน้อยแล้ว ในวันนั้นเองก็นำมาเรือนแล้วมอบลูกสาวให้.

เมื่อเวลาล่วงมา คนทั้งสองอยู่ร่วมกันก็เกิดลูกขึ้นมา ตั้งชื่อว่าสุภัททะ เวลาลูกร้องนางจาปาก็ใช้เพลงกล่อมลูก เย้ยหยันเสียดสีอุปกะไปในตัวเป็นต้นว่า เจ้าลูกอุปกะเอย เจ้าลูกอาชีวกเอย เจ้าลูกคนแบกเนื้อเอย อย่าอ้อนไปเลยทรามเชยของจาปา.

เล่มที่ ๒๖ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ-เถร-เถรีคาถา๗,๑๒๙

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “๓. จาปาเถรีคาถา”